รีวิว Xiaomi Mi Max 2 สีทอง ใหญ่ อึด หมายเลข 2

รีวิว Mi Max 2 052

มารีวิวตัว Xiaomi Mi Max 2 อีกหนึ่งรุ่นที่มีหน้าจอขนาดใหญ่มาก 6.44 นิ้ว เรียกว่าเป็น Phablet สำหรับพกพา ด้วยเทรนด์หน้าจอขนาดใหญ่ระดับนี้จะมีล่าสุดก็คงเป็น Galaxy S8+ แต่ว่าขนาดบอดี้จะสลิมกว่า แต่สำหรับเจ้า Mi Max 2 แล้วบอดี้จะใหญ่กว่าใช้งานมือเดียวไม่ถนัดอย่างแน่นอน แต่ข้อดีก็คือ หน้าจอใหญ่ ใช้งานสนุกเต็มตามากๆ รวมถึงสเปคที่รองรับการใช้งานได้ครบถ้วน มาชมกันเลยครับ

สำหรับโทรศัพท์ Smartphone หน้าจอใหญ่ ในปัจจุบันมีให้เลือกไม่มากนัก หลังจากเมื่อก่อนมีให้เลือกเพียบ ก็เห็นจะมีเจ้า Mi Max 2 นี่ล่ะที่เพิ่งออกมาไม่นาน แล้วก็มีความน่าสนใจตามสไตล์ Xiaomi โดยเจ้า Mi Max 2 ไม่ได้มีดีแค่หน้าจอใหญ่ แบตอึดแต่จะมีอะไรมั่ง มาติดตามชมกันได้เลยจ้า

ก่อนอื่นจัดสเปคเลย

Main Features:
Xiaomi Mi Max 2 4G Phablet 6.44 inch Android 7.0 Snapdragon 625 Octa Core 2.0GHz 4GB RAM 64GB ROM 12.0MP Rear Camera Fingerprint Scanner WiFi Direct
● Display: 6.44 inch, 1920 x 1080 Pixel IPS Screen
● CPU: Snapdragon 625 Octa Core 2.0GHz
● GPU: Adreno 506 650MHz
● System: Android 7.0
● RAM + ROM: 4GB RAM + 64GB ROM
● Camera: 5.0MP front camera + 12.0MP back camera
● Sensor: Accelerometer, E-Compass, Gravity Sensor, Gyroscope, Proximity Sensor, Fingerprint Sensor
● SIM Card: dual SIM dual standby. Micro SIM + Nano SIM
● Feature: GPS, A-GPS, Glonass, Beidou
● Bluetooth: 4.2
● Network:
2G: GSM B2/B3/B5/B8 CDMA BC0 / CDMA EVDO BC0
3G: WCDMA B1/B2/B5/B8 TD-SCDMA B34/B39
4G: FDD-LTE B1/B3/B5/B7/B8 TD-LTE B38/B39/B40/41

รีวิว Mi Max 2 002

สำหรับผมแล้ว Xiaomi เป็นแบรนด์ที่มีการพัฒนาทั้งด้านการดีไซน์และเทคโนโลยีไปข้างหน้าเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่ก็อินเทรนด์ และพยายามนำคนอื่นๆ อยู่เสมอ แต่ที่เริ่มจะทิ้งคอนเซ็ปท์ไปบ้างก็คือเรื่องราคา เพราะหลังๆ ตัวแจ่มๆ ราคาแรงทยอยออกมาเพียบ ก็คงทำตลาดราคาดีเอาไว้เยอะแล้ว มีแฟนๆ ติดตามมากมาย จึงมีตัวแพงๆ ออกมาขายบ้างเป็นธรรมดา ซึ่งเจ้า Mi Max 2 นี่ก็ถือว่าราคากลางๆ ละกัน ไม่แพงมาก แต่ก็ไม่ได้ถูกจนแบบว่าตัดสินใจซื้อได้ในทันที ก็ต้องมาดูรายละเอียดกันหน่อยล่ะว่าน่าสอยแค่ไหน

มาแกะกล่องกันก่อนเลยครับ

รีวิว Mi Max 2 010

ตัวอุปกรณ์ในกล่องก็มีอย่างที่เห็น ซึ่ง Xiaomi ไม่เน้นเรื่องหูฟัง เพราะทำขายแยกไว้อยู่แล้ว โดยอุปกรณ์ที่ให้มาก็มีแค่สายชาร์จและอะแดปเตอร์

รีวิว Mi Max 2 011

ตัวกำลังไฟก็อยู่ที่ 2A นะครับ

รีวิว Mi Max 2 006

หน้าจอขนาด 6.44 นิ้ว ต้องบอกว่าใหญ่มากจริงๆ ใช้งานทุกอย่างคือต้องบอกว่าทุกอย่าง รองรับทั้งหมด ไม่ต้องไปเทียบกับ Galaxy S8+ ที่มี่หน้าจอขนาดใกล้เคียงกันแต่การใช้งานถือมือเดียวสบายๆ แต่สำหรับ Mi Max 2 ต้องใช้งานคือ ถือสองมือเสมอ ถือมือเดียวจะใช้พวกการพิมค์มือเดียวไม่ถนัดนัก และถ้ามีขนาดมือเล็กแบบผม การกวาดไปทั่วหน้าจอ แทบเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว ลำบากเป็นแน่แท้ อีกเรื่องของขนาดหน้าจอ 6.44 นิ้ว ก็คือตัวเครื่องที่ใหญ่ ทำให้การพกพา ใส่กระเป๋ากางเกงยืนส์ ได้นะครับ แต่ถ้าใส่กระเป๋าหลัง เวลานั่งต้องระวังการกดทับ กระเป๋าด้านหน้าก็เช่นกัน ใส่ได้นะ แต่เต็มใบมาก

รีวิว Mi Max 2 038

ด้านหน้าให้กล้องมาขนาด 5 ล้านพิกเซล  ก็ถือว่ากลางๆ นะ ไม่มากไม่น้อย เบสิคในยุคปัจจุบัน

รีวิว Mi Max 2 039

ตัวปุ่มกดแยกเป็น hardware แบบสัมผัส ตัวเครื่องใหญ่ก็เพราะปุ่มกดนี่ล่ะ พื้นที่ตรงนี้เยอะใช้ได้เลยทีเดียว

รีวิว Mi Max 2 025

ด้านดีไซน์ ตัวบอดี้มีสีทอง เป็นโลหะ และสวยงามตามฉบับ Mi เค้าล่ะครับ คงไม่มีอะไรมากไปกว่า Mi Phone หลายๆ รุ่นขยายร่าง หน้าตานั่นล่ะครับ

รีวิว Mi Max 2 040

ซึ่งด้านหลังมีทั้งสแกนลายนิ้วมือ และกล้องขนาด 12 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลชสองดวง

รีวิว Mi Max 2 041

 

ตัวบอดี้เป็นโลหะทั้งตัว และมีไซน์เรียบๆ ตามสไตล์ Xiaomi นั่นล่ะครับ จริงๆ ไม่มีลวดลายอะไรก็ดูดีนะ

รีวิว Mi Max 2 016

สเปค CPU จาก Snapdragon 625 เป็นที่รู้กันว่าประหยัดพลังงาน ซึ่งหน้าจอใหญ่กินแบตส่วนนึงอยู่แล้ว แต่ได้ CPU มาช่วย ก็ทำให้ทำงานได้อย่างคุ้มค่ากับสเปค ส่วนเครือข่ายรองรับการใช้งานในบ้านเราอย่างแน่นอน เพราะเจ้า Mi Max 2 มีแต่เครื่องหิ้ว ณ ตอนนี้เวลาสั่งซื้อก็หาเวอร์ชั่น international ด้วยก็แล้วกันครับ แต่ตอนนี้ก็คง ROM Inter หมดแล้วล่ะ ไม่ใช่ช่วงที่ออกแรกๆ

รีวิว Mi Max 2 023

ด้านพื้นที่ภายใน เหลือๆ 64 GB ยังไงก็พอใช้งานอยู่ หรืออยากจะใส่เพิ่มก็แล้วแต่

รีวิว Mi Max 2 046

ซึ่งตัวถาดใส่ซิมเป็นแบบ hybrid ใส่ได้ทั้งซิมและเมมโมรี่สลับกันได้ แต่ถ้าจะดีควรแยกกันทั้งหมด เพราะหากเรามี 2 ซิมก็จบข่าวต้องเลือกเบอร์ใดเบอร์นึง อ้อ รองรับ 4G ทั้ง 2 ซิมนะครับ สลับซิมใช้งานได้ ไม่ต้องถอดซิมออกมา

รีวิว Mi Max 2 017

ด้านบนมี Infrared สำหรับควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ด้วย อันนี้ถึงแม้ว่าเป็นเทคโนโลยีเก่า แต่เราก็ยังใช้งานกันอยู่ และคงจะใช้กันอีกนานมากเลยทีเดียว และมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. พร้อมไมค์ที่อยู่ด้านข้าง

รีวิว Mi Max 2 015

ส่วนของด้านล่าง จริงๆ ลักษณะรูกลมเจาะแบบนี้ นี่ได้แบบมาจาก iPhone เลยล่ะ โดยข้างนึงเป็นลำโพงอีกด้านเป็นไมค์ อ้อ สำหรับ Mi Max 2 นี่ให้แบตขนาด 5300 mAh ที่ดูแค่ตัวเลขก็ว่าอึดแล้ว ใช้งานจริงก็อึดจริงๆ ข้ามวันสบายๆ สองวันก็ถ้าเราไม่ได้ใช้งานพวกเล่นเกมส์มากก็ยังไหวนะ

รีวิว Mi Max 2 019

อีกด้านนึงมีปุ่มกดตามปกติครับ ทั้งปุ่มปิด เปิดเครื่อง และเร่ง ลดเสียง โดยตัวปุ่มเป็นลักษณะปกติเรียบๆ ไม่มีลวดลายอะไร

รีวิว Mi Max 2 024

ตัวเสาอากาศรับสัญญาณจะอยู่ด้านหัวและท้ายนะ

รีวิว Mi Max 2 055

ตัวเครื่องขนาดใหญ่จริงจัง ใช้มือเดียวลำบากมาก ถึงแม้ว่าจะสามารถเลื่อนขนาดหน้าจอให้หดลงมาได้ก็ตามที

มาดูเรื่องซอฟท์แวร์ กับ MIUI 8.5 กันบ้าง

รีวิว Mi Max 2 Software 045-horz

ผมว่าอันนี้น่าจะคุ้นเคยกันดี โดยหน้า Home สามารถปรับเปลี่ยนแถมให้เป็นการจัดเรียงไอคอนแบบ 5×6 ได้นะ ซึ่งปกติเป็น 4×6

รีวิว Mi Max 2 Software 082-horz

คะแนนทดสอบอยู่ที่เท่านี้ครับ ก็พอไหวน่ะ

รีวิว Mi Max 2 Software 050-horz

ข้อดีอย่างนึงก็คือมี infrared นี่ล่ะครับ สำหรับใช้ควบคุมรีโมทอุปกรณืไฟฟ้าภายในบ้าน หาไม่ค่อยได้บน Smartphone ในปัจจุบันละ

รีวิว Mi Max 2 Software 000-horz

ตัวสเปค ก็ไม่ได้แรงมาก แต่ใช้งานได้ดี  พื้นที่ภายในก็จัดมาเต็มๆ 64GB เหลือๆ เลยงานนี้ ทั้ง RAM ก็ 4GB อีกต่างหาก แต่เลหือใช้งานจริงก็นะ

รีวิว Mi Max 2 Software 002-horz

บรรดาการตั้งค่าต่างๆ ก็เหมือนเดิมครับ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าต่างจากรุ่นอื่นยังไงนะ อาจจะมีเรื่องการเปลี่ยนขนาดการใช้งานของหน้าจอ ที่ค่อนข้างชัดเจน

รีวิว Mi Max 2 Software 007-horz

มีฟีเจอร์เรื่องของการทำพื้นที่ทับซ้อน คือเหมือนมีอีกเครื่องนึงอยู่ในตัว แยกการทำงานกันได้ชัดเจน และอีกอย่างนึงก็คือ แอปโคลน อันนี้ก็แจ่ม โคลนได้ทุกแอป ไม่มีข้อจำกัดอะไร  ยังมีเรื่องความปลอดภัยที่สามารถตั้งค่าให้แอปที่ต้องการได้ด้วย

รีวิว Mi Max 2 Software 008-horz

 

สวนการตั้งค่าที่น่าสนใจก็เรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นั่นล่ะครับ ที่ยังมีอยู่ครบ

รีวิว Mi Max 2 Software 015-horz

มีเรื่องของการประหยัดแบตเตอรี่ สามารถวิเคราะห์และจัดการแอปที่กินแบตเยอะๆ ได้ รวมถึงแบตของเจ้า Mi Max 2 นี่อึดมากใช้งานกันยาวๆ สองวันสบายๆ

รีวิว Mi Max 2 Software 077-horz

เอาแค่ผมใช้งานแบบว่าใช้ได้ล่ะ เล่นเกมส์บ้างอะไรบ้าง ยังอยู่ได้เท่านี้เลย ถึงบอกว่าสองวันสบายๆ

รีวิว Mi Max 2 Software 020-horz

การจัดภาพหน้าจอนอกจากใช้ hardware key โดยกด power+volume down แล้ว ก็สามารถเปิดฟีเจอร์ใช้สามนิ้วปัดลงก็ได้ มีโหมดถนัดมืออีกต่างหาก ซึ่งฟีเจอร์นี้แหล่ะที่บอกว่าน่าจะมีแค่บน Mi Max 2 หรือรุ่นที่มีหน้าจอใหญ่เท่านั้น ตัวปุ่มกดต่างๆ บนเครื่อง สามารถกดตั้งค่าได้ด้วยว่ากดค้างจะให้ใช้งานอะไรบ้าง

รีวิว Mi Max 2 Software 023-horz

ไฟสถานะแจ้งเตือนก็ปรับค่าได้ มีเรื่องของหูฟังที่สามารถเปิดเอฟเฟ็คได้ด้วยนะ แต่งานนี้ต้องซื้อเพิ่มเพราะไม่ได้แถมมาให้ในกล่อง

รีวิว Mi Max 2 Software 060-horz

มีเรื่องการปรับสี โหมดอ่าน และขนาดตัวอักษรด้วย และสามารถแตะสองครั้งติดกันเพื่อเปิดหน้าจอได้ด้วยนะ

คราวนี้มาดูเรื่องกล้องกันบ้าง

รีวิว Mi Max 2 Software 065-horz

โหมดกล้องด้านหลังก็มีเท่านี้ เรื่องภาพถ่ายก็ดูกันอีกทีนะ

รีวิว Mi Max 2 Software 068-horz

โหมดกล้องด้านหลังครับ มีการปรับเรื่องของเซลฟี่ให้หน้าขาวใสด้วย และการบอกอายุนี่เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว จะปิดก็ได้นะ

คราวนี้ก็มาดูภาพถ่ายกันครับ

IMG_20170707_132554

IMG_20170707_133022

IMG_20170707_132608

IMG_20170713_183125

 

IMG_20170720_083909

IMG_20170720_084030

IMG_20170708_143112

IMG_20170722_134356

IMG_20170726_210737_HHT

IMG_20170728_152851

IMG_20170723_171719

IMG_20170729_194446_HHT

IMG_20170713_183059

IMG_20170704_193144_HDR

 

 

ภาพตอนมืด อันนี้เปิด HDR นะIMG_20170715_133020

ภาพบุคล

 

IMG_20170722_160305

IMG_20170720_084051

 

กล้องด้านหน้าที่เก็บได้กว้างพร้อมหน้าใส

ทิ้งท้ายด้วยรีวิวแบบฉบับวีดีโอ

พร้อมทดสอบเล่นเกมส์

เล่น ROV มีหน่วงเหมือนกันนะ

โดยสรุปสำหรับเจ้า Xiaomi Mi Max 2 ตามนี้เลย

สเปคผมไม่พูดถึงเพราะใช้งานได้เพียงพอแล้วล่ะครับ จะมีก็แค่เรื่องขนาดหน้าจอที่ใช้งานแล้วเต็มตาเต็มใจมาก พลังเสียงก็ดังใช้ได้อยู่นะ ที่สำคัญแบตอึดมาก ใช้งานกันยาวๆ เรื่องรองรับเครือข่ายต่างๆ ก็โอเคนะครบหมด ส่วนข้อเสียก็คือเรื่องการพกพานั่นล่ะ ใส่กระเป๋ากางเกงยืนส์ด้านหน้าได้ แต่บอกเลยว่าถ้าเดฟนี่ฟิตโคตรเลยครับ ส่วนเรื่องฟิล์มหน้าจอก็ต้องตัดเอานะ ไม่มีมาให้ ชุดสุดประหยัดก็ตัดหูฟังออก จริงๆ ควรมี เรื่องกล้องผมว่ากลางๆ ไม่ดีแต่ก็ไม่ด้อยนะ ส่วนตัวผมพอใจครับ อีกอันคือยังไม่มีขายอย่างเป็นทางการนะ ใครอยากได้ก็ต้องหาซื้อจากเมืองนอกบน Online store ซึ่งตัวนี้ได้มาจาก Gearbest นะครับ ราคาประมาณ 9,500 บาท หรือไม่ถ้าราคานี้ลองดูร้านหิ้วที่ไว้ใจก็ได้ครับ น่าจะไม่หนีกันมาก แต่ถ้าต้องการนั่งอยู่บ้านก็ ลิงค์นี้เลยครับ  https://goo.gl/zPEzEU เลือกการส่งธรรมดา รอนานนิดนึง แต่ส่วนใหญ่ไม่โดนภาษีนะ แต่ถ้า DHL นี่ส่วนใหญ่จะไม่รอด