รีวิว Xiaomi Mi Pad สเปคจี๊ด ความแรงจาก Nvidia Tegra K1 ที่ไม่ธรรมดา

Mi-Pad-Review-054

ช่วงนี้เป็นครอบครัวหมีครับ วันนี้เลยจับเอาเจ้า Xiaomi Mi Pad มาแนะนำให้รู้จักกัน โดยงานนี้ไม่ต้องหิ้วมาจากต่างประเทศแล้ว ทาง EZCommerce ซึ่งเป็นผุ้นำเข้าอย่างเป็นทางการในประเทศไทย วางแผงออนไลน์ขายเรียบ้รอยแล้วด้วย ที่ราคาค่าตัว 9,900 บาท แต่ถ้าสนใจติดตามท้ายบทความนะครับ มีพิเศษๆ สำหรับสมาชิกที่ติดตามอ่านกันเป็นประจำ ว่าแล้ว อย่ารอช้า มาดูรีวิวกันครับ ว่ามันจะจี๊ด สักแค่ไหน?

Xiaomi ชื่อนี้รับประกับความมั่นใจ ใครที่ยังไม่รู้จัก ผมคาดว่าไม่มีแล้วนะ แต่ถ้าไม่รู้จัก แนะนำกันเล็กๆ ว่าเป็นแบรนด์จีนที่ติดอันดับต้นๆ ในเมืองจีน และมีความคุ้มค่า คุ้มราคา รวมถึงการใช้งานลื่นไหล จนไม่น่าเชื่อว่าสเปคระดับนี้ทำได้ยังไง Mi Pad ก็เป็นอีกหนึ่งสายของ Xiaomi ซึ่งมาในแนว tablet ซึ่งการใช้งานไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะว่านอกจากหน้าจอใหญ่ แต่ยังพกพาได้สะดวก ด้วยขนาดหน้าจอไม่เกิน 8 นิ้ว ที่สำคัญมาพร้อมกับ CPU Tegra K1 จากค่าย Nvidia ซึ่งค่ายนี้การันตีเรื่องการแสดงผลทางกราฟิค นั่นหมายความว่าเล่นเกมส์มันส์แน่นอน และ Mi Pad ก็มีจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการแล้วด้วย โดยเข้าไปติดตามและสั่งซื้อกันได้ที ่http://mipad.in.th/ เกริ่นไปเรียบแล้วแล้ว ก็มาดูสเปคกันก่อนหน่อยดีกว่า

Mi-Pad-SpecMi-Pad-Spec2สเปคอ้างอิงจาก mipad.in.th

แกะกล่อง

และตัวเครื่องที่ได้มา ยังซีลอยู่เลย มาแกะกล่องแบบสดๆ กันครับ
Mi-Pad-Review-027

ตัวกล่องของ Xiaomi Mi Pad จะเหมือนกับทุกๆ โปรดักส์ทุกๆ รุ่นทั้งสีและคุณภาพกล่อง รวมถึงอุปกรณ์ที่มีให้ด้วยMi-Pad-Review-028 แต่ตรงด้านหลังนี่ ยังดีหน่อยที่เรามีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว เราจะได้เห็นภาษาไทยบน Xiaomi กันบ้างล่ะ
Mi-Pad-Review-031 สเปคต่างๆ ที่เป็นภาษาไทย อันนี้ก็จัดมาให้คนไทยเต็มๆ สะดวก เข้าใจง่ายขึ้นเยอะเลยMi-Pad-Review-032ส่วนสเปคที่เป็นภาษาจีนก็ยังคงมีอยู่ครบ 
Mi-Pad-Review-036Mi-Pad-Review-042

ขนาดหน้าจอ 7.9* นิ้ว การแสดงผลในการทำงาน เล่นเกมส์ หรือดูหนัง นี่สบายๆ และขนาดหน้าจอแบบนี้ก็ยังพกพาสะดวกอีกด้วย และหน้าจอเป็นแบบ IPS ที่แสดงสีได้คมชัด สดใส
Mi-Pad-Review-039 ภายในกล่อง มีแค่สายชาร์จ USB กับ adapter แต่ที่มีเพิ่มเติมก็คือ eject sim หรือเข็มจิ้มถาดซิมนั่นล่ะ แต่สำหรับ Mi Pad นี่ใส่ซิมไม่ได้นะครับ ส่วนเจ้าเข็มจิ้มถาดนี่มีอยู่ด้านข้าง เอาไว้ใส่ memory cardMi-Pad-Review-040ตัว adapter สำหรับชาร์จ output 2A เหมาะกับการชาร์จ tablet ที่มีแบตขนาดใหญ่ 6700 mAh  แน่นอนว่าคุภาพดี
Mi-Pad-Review-041Mi-Pad-Review-047Mi-Pad-Review-048

ด้านหน้ามีกล้องขนาด 5 ล้านพิกเซล ก็ถือว่าโอเคแล้ว สำหรับ Tablet คุณภาพก็ต้องมาดูภาพถ่ายกันอีกที 
Mi-Pad-Review-043 Mi-Pad-Review-044

ด้านหลังเป็นกลอซซี่ มันวาว ทำให้ดูสวยงาม แต่ทว่าก็ต้องแลกด้วยรอยขีดข่วน แนะนำให้ติดฟิล์มกันรอยทั่วตัวก่อนดีกว่า ส่วนกล้องด้านหลังขนาด 8 ล้านพิกเซล ชัทเตอร์ไวอยู่นะครับ Mi-Pad-Review-045 Mi-Pad-Review-046

ที่ประหลาดใจอีกอย่างนึงคือเรื่่องเสียงที่ Mi Pad ทำได้ดีมาก เหมาะกับใช้งานทางด้านความบันเทิงแบบเต็มๆ
Mi-Pad-Review-049


Mi-Pad-Review-051Mi-Pad-Review-058

ด้านข้าง ไม่บางมากนัก ถือว่ากลางๆ นะ สำหรับความหนาขอบ 8.5 มม. จุดสังเกตก็คือ มีถาดสำหรับใส่ micro SD อยู่ตรงด้านซ้าย อันนี้ล่ะที่ต้องมีเข็มมาให้ด้วย โดยปกติแล้วเมมโมรี่ ถ้าตามสเปคก็คงพออยู่แล้ว แต่ใส่เพิ่มได้อีกก็ดีMi-Pad-Review-052Mi-Pad-Review-050ภาพด้านบนกับด้านล่างปกติ
Mi-Pad-Review-055 Mi-Pad-Review-056

จับถนัดมือ และใช้งานได้เต็มตา เต็มใจดีจริงๆ หน้าจอ IPS สว่าง และสดมาก

มาดูซอฟท์แวร์กันนิดนึง

Mi-Pad-Software-Review-016-horz

ตัวแอพ มีแอพพื้นฐานอยู่ครบ หน้า home หน้าแรก จะมีการจัด widget ที่คาดว่าเราจะใช้งานมารวบอยู่ในหน้าเดียว สามารถปรับแต่งได้ แน่นอนว่าไม่มี app drawer แล้วนะMi-Pad-Software-Review-004-horz

ส่วนของการใช้งานต่างๆ  WiFi รองรับ 5GHz นั่นหมายถึงเราจะได้ความเร็วในการเชื่อมต่อที่สูงขึ้น อินเทรนด์กับยุคสมัย และจริงๆ แล้วเจ้า Mi Pad มี Smartcover mode ด้วย อาจจะต้องหาซื้อเพิ่ม ถึงจะใช้โหมดนี้ได้Mi-Pad-Software-Review-021-horz

ทดสอบคะแนนกันสักนิด สักหน่อยMi-Pad-Software-Review-018-horz

รองรับ multi-touch 10 นิ้วเลยทีเดียว ไม่ธรรมดา

มาดูเรื่องกล้องกันบ้างMi-Pad-Software-Review-014-horz Mi-Pad-Software-Review-027-horz

เรื่องกล้อง ทั้งด้านหน้าและด้านหลังฟีเจอร์แทบจะไม่มีอะไร่ต่างกันเลย มีโหมดทำให้หน้า bright ใช้งานได้ทั้กล้องด้านหน้าและกล้องด้านหลัง แค่เปิดโหมดนี้ หน้าคล้ำๆ ก็กลายเป็นคนหน้าใสไปในทันที แถมยังบอกอายุได้ด้วย  กล้องด้านหน้า 5 พิกเซล ก็ถือว่าแจ่มอยู่นะครับ สำหรับ Tablet ที่ปกติไม่เน้นเรื่องการถ่ายภาพอยู่แล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมาดูภาพถ่ายก่อน

ตัวอย่างภาพถ่าย (คลิ้กเพื่อดูภาพขนาดเต็ม)

Mi-Pad-Pic-001

กล้องด้านหน้าในตอนกลางวันMi-Pad-Pic-002 Mi-Pad-Pic-003 Mi-Pad-Pic-004 Mi-Pad-Pic-005 Mi-Pad-Pic-006 Mi-Pad-Pic-007

 

สรุปกันสักหน่อย

โดยรวมๆ แล้ว ชื่อของ Xiaomi เป็นประกัน สเปคดีราคาถูกมีจริง และมีขายในไทยอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วซะด้วย แน่นอนว่าขายในไทยก็มีการรับประกันอย่างเป็นทางการ ตัวเครื่องด้านหลังเป็นลักษระมันวาว อาจจะดูสวยงามจริง แต่อาจจะเป็นรอยเยอะ ก็ต้องระวัง หรือไม่เวลาจะใช้งานจริงๆ ก็ต้องใส่ case รักษาเอาไว้ ไม่งั้นรอยตรึมแน่ หน้าจอ 7.9 นิ้วแสดงผลเต็มตา และความละเอียดแบบ Full HD อีกต่างหาก คือเรื่องหน้าจอการแสดงผลนี่แจ่มมากจริงๆ  ส่วนสเปค Tegra K1 ให้ความแรงมาที่ 2.2 GHz เป็น quad-core แต่คะแนนที่ทดสอบนี่ เรียกว่าไม่แพ้ Octa-core เลยนะ เรียกว่าเป็นตัวที่น่าสนใจ ยิ่งเป็นคนที่ชอบเล่นเกมส์แล้วล่ะก็ ต้องโดน ผมทดสอบเล่นเกมส์แล้วก็ได้ใจอยู่ พื้นที่ให้ใช้งาน 16 GB เหลือจริงประมาณสัก 11-12 GB ก็ถือว่าพอใช้นะครับ และยังใส่เมมเพิ่มได้ ถ้าต้องการเก็บข้อมูลเยอะๆ เรื่องแบตนี่ต้องยกให้เพราะอึดจริงๆ กล้องอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้ดีมาก แต่ก็ไม่ได้แย่จนรับไม่ได้ ด้วยความเป็น Xiaomi เรื่อง software มีการอัพเดทอย่างรวดเร็ว และการใช้งานที่สมูทอยู่แล้ว ตัวเครื่องพกพาสะดวกดี เรียกว่าแทบจะไม่มีที่ติ ก็ว่าได้ ราคาอยู่ที่ 9900 บาท นะครับ อ้อ จริงๆ มีที่ติดก็คงเป็น ใส่ซิมไม่ได้นั่นล่ะ

ช่วงนี้เค้ามีโปรโมชั่นด้วย หากสนใจ จะเป็นเจ้าของกันล่ะก็ จากราคา 9900 บาท ตอนนี้ในเว็บมีโปรลดอยู่นะครับ แต่ถ้าเป็นสมาชิกเว็บล่ะก็ ลดอีก เหลือ 8800 บาท และแถมเคสด้วย สนใจใคร ล่ะก็ มาก่อนได้โค้ดไปก่อนนะครับ ขอคนที่ต้องการจริงๆ และจำนวนมีจำกัด 20 คนเท่านั้นนะ กติกาง่ายๆ กด ติดตาม PDAMobiz Line Official ของเรา แล้ว capture หน้าจอมายืนยันในโพสต์นี้ว่า กดติดตามเรียบร้อยแล้ว แค่นั้นเอง

คลิ้กที่นี่ เพื่อติดตาม =>

รีบๆ หน่อยนะครับ มีเวลาใช้สิทธิ์ถึง 20 สิงหาคมนี้เท่านั้น

ขอบคุณ ezcommerce ที่ให้ยืมเครื่องทดสอบ

ถูกใจบทความนี้  0

One thought on “รีวิว Xiaomi Mi Pad สเปคจี๊ด ความแรงจาก Nvidia Tegra K1 ที่ไม่ธรรมดา

  1. We’ve benched the Tegra K1 against its predecessor, its Apple competition, the most popular x86 tablet on the market and the insanely wonderful Razer Edge. The aim here is simple – we’re comparing Nvidia’s new SoC with the best of the last generation, and the two best x86 performance monsters.

ใส่ความเห็น