Review: Xiaomi Redmi S2 สมาร์ทโฟนฟีเจอร์เด็ด ราคาโดน พร้อมแพ็กเกจสุดคุ้มจาก AIS !!!

Xiaomi Redmi S2 ณ ชั่วโมงนี้เป็นสมาร์ทโฟนราคาครึ่งหมื่นที่กำลังมาแรงมาก ๆ หลังจากค่าย AIS เปิดให้ได้ลองจับลองสัมผัสกันไปเมื่องาน Mobile Expo 2018 ที่ผ่านมา และล่าสุด AIS เปิดให้พรีออเดอร์อย่างเป็นทางการเรียบร้อย เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ซึ่งได้รับ Feedback ตอบรับที่ดีมาก ๆ ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้กับความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง AIS และ Xiaomi ที่ทำให้ผู้ใช้งานในบ้านเราได้มีโอกาสสัมผัสสมาร์ทโฟนสเปคคุ้ม ฟีเจอร์แจ่ม ๆ ในราคาเบา ๆ ที่จบแต่ไม่เจ็บครับ

สเปคเบื้องต้นของ Xiaomi Redmi S2

● หน้าจอ FullView Display IPS 5.99 นิ้ว ความละเอียด HD+ 720 x 1440 พิกเซล อัตราส่วน 18:9
● ซีพียู Qualcomm MSM8953 Snapdragon 625
● จีพียู Adreno 506
● แรม 3GB
● ความจุ 32GB
● กล้องหลังคู่ 12 MP (f/2.2, 1.25μm, PDAF) + 5 MP, gyro-EIS, phase detection autofocus, LED flash AI Portrait
● กล้องหน้า 16 MP (2.0µm), HDR, LED flash AI Beautify 4.0
● แบตเตอรี่ 3080 mAh
● ระบบปฏิบัติการ MIUI 9.5 บนพื้นฐานของ Android 8.1 (Oreo)
● ขนาดตัวเครื่อง 160.7 x 77.3 x 8.1 มม.
● น้ำหนัก 170 กรัม
● สี Rose Gold, Champagne Gold, Platinum Silver

ราคา 5,590 บาท พิเศษ! สำหรับลูกค้าเอไอเอสรายเดือน เหลือเพียง 1,490 บาท (ส่วนลดค่าเครื่อง 4,100 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS HOT DEAL 599 บาทขึ้นไป

รับฟรี! ชมคอนเทนต์บันเทิงระดับโลกผ่านแอป AIS PLAY กับแพ็กเกจ Premier Full HD , VIU และ HOOQ นาน 3 เดือน (มูลค่ารวม 1,851 บาท)

 

 

สำหรับ Xiaomi Redmi S2 เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าทาง AIS Online Store ที่ http://www.ais.co.th/xiaomi/ ในวันที่ 4 มิถุนายน 2561 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป (ลูกค้าจะได้รับสินค้าตามที่อยู่จัดส่ง ในวันที่ 8 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป) พิเศษยิ่งกว่า! สำหรับลูกค้าเอไอเอสรายเดือน 150 ท่านแรก จะได้รับฟรี! Smart Watch นาฬิกาอัจฉริยะ “Amazfit Bip” เทรนด์ใหม่เพื่อคนรักสุขภาพมูลค่า 2,390 บาทอีกด้วย

Xiaomi Redmi S2  พร้อมวางจำหน่ายทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป ที่ที่เอไอเอส ช็อป, ร้านเทเลวิซ และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และทางออนไลน์ที่ AIS Online Store

 

นอกจากนี้ยังขอเชิญผู้ที่สนใจ ไปสัมผัสเครื่องจริงและร่วมงานเปิดตัว AIS – Xiaomi Selfie Day ในวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 14.00 น. ณ ลานกิจกรรมเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ พบกับเหล่าดาราชื่อดังมากมายกว่า 20 ชีวิต ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ Selfie ครั้งใหญ่ใจกลางเมือง

 

Packaging & Accessories

กล่องแพ็กเกจด้านบนแปะชื่อรุ่นมาให้เห็นแบบเด่นชัด พร้อมเล่นโทนสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของทางค่าย Xiaomi นั่นก็คือสีส้มนั่นเอง ส่วนด้านหลังกล่องจะโชว์ฟีเจอร์และจุดขายหลักของ Redmi S2 ซึ่งประกอบไปด้วย กล้องหน้าเน้นโหมดเซลฟี่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และกล้องหลังคู่ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้แจ่ม ๆ จาก AI เช่นกัน และตามด้วยชิปเซ็ตและหน้าจอขนาดใหญ่ในอัตราส่วน 18:9

 

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องของ Xiaomi Redmi S2 จะประกอบไปด้วย

  1. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ
  2. เคสซิลิโคนชนิดใส
  3. เข็มจิ้มเปิดถาดซิม

4. อแดปเตอร์ชาร์จ Output 5V-2A + สาย Micro USB

สำหรับหูฟังสมอลทอร์คจะไม่มีมาให้ในกล่อง รวมไปถึงฟิลม์กันรอยที่ต้องซื้อหามาติดตั้งกันเองในภายหลังครับ

 

Design & Hardware

Xiaomi Redmi S2 มาพร้อมดีไซน์ Full Metal Unibody แต่จะไม่มี Notch หรือติ่งบนหน้าจอที่กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของสมาร์ทโฟนยุคนี้ ซึ่งถ้าคนชอบจอแบบปรกติ ๆ ก็ถือว่าไม่ต้องปรับตัวแต่อย่างใด สำหรับการออกแบบในภาพรวม แผงด้านหน้าจะเน้นความสมมาตรของขอบจอเป็นหลัก พร้อมไล่ระดับความโค้งมนไปยังรอบ ๆ ตัวเครื่อง เมื่อบวกกับจอแสดงผลอัตราส่วน 18:9 จึงส่งผลให้จับถือได้ค่อนข้างถนัดกระชับมือโดยไม่รู้สึกว่ามันใหญ่มาก แม้ Xiaomi Redmi S2 จะมีหน้าจอขนาด 5.99 นิ้วก็ตาม ส่วนในแง่ของวัสดุและงานประกอบ มีความเรียบร้อยแข็งแรงอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสนนราคาค่าตัวที่เคาะออกมา

สรุปในภาพรวม ต้องบอกเลยว่าดีไซน์การออกแบบของ Xiaomi Redmi S2 ยังไม่ได้ฉีกแนวไปจากรุ่นพี่ Redmi Note 5 สักเท่าไหร่ เรียกว่ามีความใกล้เคียงกันมาก ๆ ทั้งแผงด้านหน้ารวมไปถึงการจัดวางเลย์เอาท์ของกล้องหลังคู่ในแนวตั้ง

 

หน้าจอ IPS FullView Display ของ Xiaomi Redmi S2 มีความคมชัดและสว่างสดใสที่ค่อนข้างดีเลยครับ ส่วนด้านการตอบสนองของตัวจอนั้นรองรับมัลติทัชได้ 10 จุด แต่ในความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียน ยังรู้สึกว่า Respond ของจอในบางจังหวะยังไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร ส่วนความละเอียด HD+ นั้นไม่ใช่ปัญหาครับ แม้จะไม่ใช่ Full HD แต่การใช้งานจริงก็ไม่ส่งผลกระทบแต่อย่างใด แถมยังช่วยในแง่ของการประหยัดพลังงานได้ดีกว่าจอความละเอียดสูง ๆ อีกด้วย

 

ซีรีส์ S ของค่าย Xiaomi สื่อออกมาตรงตัวแล้วว่า S นั้นย่อมาจาก Selfie หรือพูดง่าย ๆ ว่าขายจุดเด่นด้วยกล้องหน้านั่นเองครับ สำหรับไฮไลท์ของ Xiaomi Redmi S2 ก็อยู่ที่กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่ขับเคลื่อนด้วยฟีเจอร์ AI Beautify 4.0 ซึ่งสามารถถ่ายเซลฟี่ออกมาให้ปังเป๊ะ(แต่ไม่เวอร์) พร้อมตอบโจทย์โดนใจหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการเซลฟี่เป็นชีวิตจิตใจได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของการวางเลย์เอาท์กล้องหน้าจะอยู่ฝั่งซ้าย ถ้าเรามองผ่าน ๆ จะคิดว่าเป็นกล้องคู่หรือเปล่า ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ครับ ตรงนี้เป็นการออกแบบเพื่อให้ดูสมมาตร โดยถัดจากกล้องหน้าจะเป็นเซ็นเซอร์ proximity & light sensor และตามด้วยแฟลชของกล้องหน้าครับผม

 

ด้านหลังมีเส้นเสาอากาศพาดอยู่ที่ขอบมุมบนและล่างของตัวเครื่อง สำหรับกล้องหลังคู่จัดวางเลย์เอาท์ในแนวตั้ง มาพร้อมสเปคทางเทคนิคดังนี้  กล้องตัวแรกความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแแง f/2.2,  มีพิกเซลไซส์ขนาด 1.25μm มาพร้อมระบบโฟกัส PDAF และไฟแฟลช LED flash 1 ดวง ส่วนกล้องตัวที่สอง ให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล ระบบกันสั่น gyro-EIS, ระบบโฟกัส phase detection autofocus ซึ่งกล้องตัวนี้จะทำพหน้าที่ตรวจจับความลึก เพื่อช่วยในการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ดีขึ้นนั่นเอง  นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AI Portrait ที่ช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลและภาพหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างชาญฉลาดและมีความสมจริงยิ่งขึ้นอีกด้วยครับ

 

ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และไมค์บันทึกเสียงจะอยู่ด้านบนของตัวเครื่อง รวมไปถึงมี IR Blaster หรืออินฟาเรดที่เราสามารถใช้ควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่รองรับการทำงานร่วมกับรีโมต ตรงนี้บอกเลยว่า Xiaomi Redmi S2 นั้นจัดเต็มและดูคุ้มสุด ๆ เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน

 

ด้านล่างออกแบบมาดูเหมือนเป็นลำโพงคู่สเตอริโอ แต่จริง ๆ แล้วฝั่งซ้ายคือไมค์สนทนา ส่วนฝั่งขวาจะเป็นลำโพงหลักของตัวเครื่อง สำหรับพอร์ตชาร์จยังคงเป็น Micro USB ครับ แต่ด้วยราคาขนาดนี้ยังไงก็คงไม่ได้ Type-C อยู่แล้วครับ

 

ด้านขวามือของตัวเครื่อง จะเป็นที่อยู่ของปุ่มพาวเวอร์และปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียง

 

ช่องใส่ซิมการ์ดจะอยู่ฝั่งซ้ายมือของตัวเครื่อง โดยเป็นถาดซิมแบบ Triple slot ใส่ 2 ซิม พร้อมการ์ด MicroSD ได้เลย ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข้อดี เพราะสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่มักจจะให้ถาดซิมที่เป็นแบบไฮบริด ทำให้ต้องเลือกระหว่างจะใช้ 2 ซิม หรือ 1 ซิม + MicroSD Card

นอกจากนี้ Xiaomi Redmi S2 ยังรองรับ Full Net Com 3.0 ที่สามารถสแตนบาย 4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิมอีกด้วย

 

Software & Feature

เปิดตัวมาพร้อมกับ MIUI 9.5 บนพื้นฐานของ Android 8.1 ตรงนี้ได้ความสดใหม่โดยไม่ต้องรอลุ้นเรื่องการอัพเดต แต่ยังไงก็ไม่ต้องซีเรียสเรื่องอัพเดตมากนัก เพราะค่าย Xiaomi นั้นขึ้นชื่อเรื่องการดูแลอัพเดตในส่วนของ Firmware ให้กับลูกค้าแบบต่อเนื่องยาวนานจนเป็นจุดขายของทางค่ายเลยก็ว่าได้ครับ

 

UX/UI รวมไปถึงฟีเจอร์ต่างๆ  สำหรับคนที่เคยใช้งานค่าย Xiaomi มาก่อนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ส่วนถ้าเป็นการใช้งานครั้งแรกก็ไม่ต้องปรับตัวมากนัก เพราะ Firmware และฟีเจอร์ของสมาร์ทโฟนจากฝั่งจีนส่วนใหญ่จะให้ฟิลลิ่งที่ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นธีมที่ช่วยปรับแต่งความสวยงามของ UI รวมไปถึงแอพบันเดิล และฟีเจอร์เบสิคต่าง ๆ  เช่นการแบ่งหน้าจอเป็นสองหน้าต่าง การปรับแต่งด้านการแสดงผล หรือแอพโคลนที่สามารถใช้งานแอพโซเชียลได้ 2 แอคเคาท์ในเครื่องเดียว ฯลฯ เป็นต้น ส่วนสิ่งที่จะแตกต่างกันไปในแต่ละแบรนด์ก็คงจะเป็นเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เสียมากกว่าครับ

 

ระบบรักษาความปลอดภัยนั้นอุ่นใจด้วยเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งมีจุดเด่นทั้งในเรื่องความแม่นยำและความเร็ว โดยจากการทดลองใช้งานจริงระบบสแกนลายนิ้วมือบน Xiaomi Redmi S2 นั้นไวมาก ๆ ครับ เรียกว่าแตะปุ๊บปลดล็อคปั๊บกันเลยทีเดียว ส่วนในด้านการจัดสรรพลังงานก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ จากการทดสอบชาร์จแบตจนเต็มแล้วเล่นวีดีโอต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ชั่วโมง แบตลดลงไปประมาณ 15% เท่านั้น ก็ถือว่าแบตอึดใช้ได้เลยครับ

 

Benchmarks & Performance

เป็นรุ่นกลาง ๆ (ที่ค่อนไปทางล่าง) ในแง่ผลคะแนนนั้นอาจจะไม่ได้หวือหวาจนฉีกหรือเหนือกว่าสมาร์ทโฟนในระดับเดียวกันสักเท่าไหร่  แต่ในภาพรวม Xiaomi Redmi S2  ให้สเปคทางด้าน Hardware มาค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นพวกเซ็นเซอร์ต่าง ๆ รวมไปถึงวความลื่นไหลในการใช้งานจริงที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้แบบสบาย ๆ ในส่วนของภาครับสัญญาณ GPS อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี ทั้งเรื่องของความเร็วในการจับสัญญาณและความแม่นยำ

 

Multimedia & Entertain

มิวสิค เพลเยอร์บน  Xiaomi Redmi S2 ให้ซุ้มเสียงและกำลังขับที่เพียงพอต่อการใช้งานขั้นเบสิค แม้จะไม่ได้มาพร้อม Dac Amp หรือชิปเสียงในตัว แต่การฟังเพลงทั่ว ๆ ไป หากไม่ใช่หูทองหูเทพ Xiaomi Redmi S2 ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี แถมยังมีฟีเจอร์ปรับแต่งเสียงและหูฟังให้แมทช์เข้ากันได้อีกด้วย

 

มาพร้อมวิทยุ FM แบบทศนิยม 1 จุด ภาครับสัญญาณอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง คือไม่ได้ดีเด่ แต่ก็ไม่ถึงกับแย่จนรับฟังแล้วหงุดหงิดใจแต่อย่างใด ในด้านของฟีเจอร์ก็ให้มาค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกไว้ฟังแบบออฟไลน์ หรือการตั้งเวลาปิดเป็นต้น

 

VDO Player บน Xiaomi Redmi S2 รองรับการเล่นไฟล์ระดับ 4K ได้ลื่นไหลในระดับที่น่าพอใจครับ แถมฟีเจอร์ที่ให้มาก็ยังมีฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอพชื่อดังอย่าง MX Player อีกด้วย เช่นการปัดบนหน้าจอเพื่อปรับเสียงและความสว่างเป็นต้น

ด้วยความที่เป็นรุ่นกลาง ๆ  สเปคไม่ได้แรงมากนัก เรื่องการเล่นเกมไม่อยากให้ตั้งความหวังไว้มาก แต่จากการได้ทดสอบเล่นเกมทั่ว ๆ ไป นั้นไม่พบปัญหาแต่อย่างใด ส่วนหนึ่งด้วยความที่มีหน้าจอความความละเอียด HD+ จึงช่วยให้การเล่นเกมมีความสมูทลื่นไหลในระดับที่ดี แต่ถ้าชอบการรองรับกราฟิคอลังการหรือเฟรมเรตสูง ๆ ตรงนี้ Xiaomi Redmi S2 ยังไม่ตอบโจทย์แน่นอน

 

Camera & Sample

เมนูกล้องของ Xiaomi Redmi S2 จะมีหน้าตาประมาณนี้ครับ เราสามารถเข้าถึงโหมดต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วด้วยการปัดซ้าย/ขวาบนหน้าจอ  ในส่วนของโหมดการถ่าย หลัก ๆ จะมีด้วยกัน 7 โหมด โดยโหมดรูปแบบกนั้นจะมีซีนโหมดให้เราเลือกใช้งานให้ตรงกับสถานการณ์ เช่นย้อนแสง ดอกไม้ ภาพบุคคล ทิวทัศน์เป็นต้น

 

โหมดการตั้งค่าย่อยที่ปรับแต่งได้ค่อนข้างยืดหยุ่นเลยทีเดียว

กล้องหน้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI Beautify 4.0 ให้ภาพสวยใส เป๊ะปัง แต่ไม่ดูเวอร์วังอลังการจนเกินไปนัก โดยรูปซ้ายมือสุดใช้โหมด Auto ส่วนรูปตรงกลางปรับบิวตี้ไปที่ระดับ 3 และรูปขวาสุดปรับมาที่ระดับ 5 นอกจากเลือกใช้ความฉลาดของตัว AI เทคโนโลยีแล้ว เรายังสามารถเลือกปรับจากโหมดแมนวนในรูปแบบที่เราต้องการได้อีกด้วย อาทิเช่น ปรับหน้าเรียว ตาโต สกินโทนและความใสกระจ่างเป็นต้น

 

Depth effect ฟีเจอร์นี้ก็คือการถ่ายเซลฟี่ในแบบหน้าชัดหลังเบลอนั่นเอง ซึ่งรองรับทั้งการถ่ายในโหมด Auto และโหมดบิวตี้

 

เป็นค่ายแรกที่มาพร้อมฟีเจอร์ จำแนกเพศและคำนวนอายุจากการถ่ายด้วยกล้องหน้า ส่วนความแม่นยำเรื่องอายุ….. ยังต้องปรับปรุงเล็กน้อยครับ (ฮ่า)

 

 

ลองเซลฟี่ในที่แสงน้อย สิ่งที่น่าประทับใจมาก ๆ ก็คือเมื่อเปิดแฟลชแล้วภาพที่ได้ไม่สว่างจ้าจนเหมือนผีจูออน ตรงนี้ Xiaomi Redmi S2 ทำการบ้านมาดีมาก ๆ ตัว AI ประมวลผลของกล้องมีการปรับความแรงของแฟลชและเกลี่ยแสงออกมาได้ดูเป็นธรรมชาติมาก ๆ เลยครับ

 

โหมดพอร์ทเทรต หน้าชัดหลังเบลอ โหมดนี้ถ้าจะถ่ายให้สวยควรอยู่ห่างจากตัวแบบสักประมาณ 1.5 ถึง 2 เมตร และฉากหลังไม่ควรอยู่ใกล้ตัวแบบมากนัก เมื่อถ่ายออกมาก็ให้ภาพที่ละลายหลังได้ดูเป็นธรรมชาติไม่หลอกตาจนเกินไป แต่จากการทดสอบใช้งานจริง ถ้าเป็นสภาพแสงปรกติหรืออยู่ในกลางแจ้งจะให้คุณภาพที่ค่อนข้างดีกว่าสภาพแสงน้อยหรือภายในอาคารครับ

 

จากนี้ไปดูรูปถ่ายจากกล้องหลัง ในสภาพแสงต่าง ๆ  ที่ถ่ายมาให้ได้รับชมกันอย่างครบถ้วน ทั้งสภาพแสงกล้างแจ้ง Out Door ในอาคาร และในที่แสงน้อย

 

 

 

สรุป Xiaomi Redmi S2

ข้อดี

1. ฟีเจอร์เด็ด สเปคคุ้ม ในราคาจับต้องได้

2. กล้องหน้า/หลัง ทำผลงานได้ดี โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสนนราคาค่าตัว

3. ถาดซิมแบบ Triple slot พร้อมรองรับ Full Net Com 3.0

4. แบตอึดใช้ได้

 

สิ่งที่ต้องพิจารณา

1. การตอบสนองของจอแสดงผลยังมีหน่วง ๆ อยู่บ้าง

2. ไม่ตอบโจทย์คอเกมที่ต้องการ Performance แบบสุด ๆ

 

ก็คงจะฝากไว้แต่เพียงเท่านี้ สำหรับรีวิว Xiaomi Redmi S2 แล้วพบกันใหม่ในรีวิวทดสอบด้านเอนเตอร์เทนครับ

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ

ถูกใจบทความนี้  12

ใส่ความเห็น