Samsung Galaxy Note Edge : รีวิว Galaxy Note Edge ภาค Software

Android Review : รีวิว Samsung Galaxy Note Edge

ภาค Software 

Screenshot_2014-12-02-17-35-20

        ผมขอเกริ่นก่อนนะครับ ว่าผมจะขอรีวิว Galaxy Note Edge ภาค Software จากมุมมองของคนที่ใช้ Note 3 มาก่อนนะครับ ส่วนมากคนที่ใช้ Note3 จะบอกว่า “ไม่อ่ะ ต่างกันไม่มาก รอ Note5 ดีกว่า” ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่บอกว่า อย่าเลย ดูไม่ต่างมาก ข้าม Note 4 ไปดีกว่า แต่พอได้มาจับ Note Edge ซึ่งก็ไม่ต่างจาก Note 4 มากนัก ผมถึงจะรู้ว่า มันเปลี่ยนอะไรไปเยอะมากๆๆ interface แปลกใหม่ขึ้นเยอะ ใช้งานสะดวกขึ้นเยอะ เราไปดูกันเลยดีกว่าครับ ว่า Note Edge ภาค Software จะเป็นอย่างไรบ้าง

 

……

ก่อนจะไปดู interface ต่างๆ ของ Galaxy Note Edge ผมขอเสนอ Benchmark และ รายละเอียด hardware ที่อยู่ใน Galaxy Note Edge กันครับ เนื่องด้วยเครื่อง Note Edge ของผมเป็นเครื่องจาก ญี่ปุ่น ก็จะเป็น รหัส SC-01G ทำงานด้วย CPU Snapdragon 503 ซึ่งพอดูผลที่ออกมา ก็จะเป็นรอง Galaxy Note 4 ที่ทำงานด้วย CPU Exynos 5433 นิดหน่อย ไม่เยอะมาก

Specification เสปก ที่อ่านจะโปรแกรม Benchmark รายละเอียด Hardware ก็ตามนี้ ครับ

        

        

Storage  ความจุของเครื่องคือ 32 gb หัก OS ไปก็เหลือให้ใช้ 24กว่า gb ซึ่งก็เยอะพอจะลงโปรแกรมบวกเกมได้อีกเยอะอยู๋ครับ

Interface หน้า Home  หน้าแรกหลักๆ ที่มาตอนแรกก็จะมี 5 หน้าครับ หน้าซ้ายสุดจะเป็นหน้าข่าว จาก Flipboard

 

 

Application แอฟที่มากับเครื่องครับ ก็จะมีโปรแกรมของ Docomo เยอะหน่อยครับ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้ได้ครับ เพราะต้องใช้ Docomo ID ดังนั้นก็สามารถลบออกไปได้ครับ

      

Telephone โหมดโทรศัพท์ ก็ยังเป็น SmartDialing Pad เหมือนเดิมครับ

      

เวลามีสายเข้าเมื่ออยู่ในหน้า Lockscreen หรือ เมื่อเราไม่ได้ใช้งาน ก็จะแสดงหน้าจอสายเข้าแบบเต็มจอครับ แต่เมื่อเรากำลังใช้งานอยู่ รายการสายเข้าก็จะไปโผล่ที่ Edge แทนครับ เพื่อไม่ให้บังหน้าจอ เผื่อเรากำลังอยู่หน้าโปรแกรมอื่นๆ อยู่  ซึ่ง Notification ก็จะแสดงที่ Edge ด้วยครับ 

    

    

Calculator  เครื่องคิดเลข

Audio เครื่องเล่นเพลง ก็จะสามารถ control เพลง ที่ Edge ได้ครับ

Settings ต้องบอกเลยว่า หน้า setting เปลี่ยนจาก Galaxy Note 3 ไปมากเลย แบ่งสัดส่วนมากขึ้น interface ดูทันสมัยมากขึ้น

        

    

     

 

FingerScan เป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัย ซึงใน Note 3 ไม่มีครับ โดยระบบ Fingerscan ก็ยังสามารถเอาไปใช้ authorize การเข้าระบบ web / เข้าระบบ Samsung account และ แม้กระทั่งการเข้าระบบการจ่ายเงินผ่าน Paypal  โดยที่เราสามารถระบุได้แค่ 3 นิ้วครับ ไม่เหมือนฝั่ง iPhone ที่สามารถใส่ได้ถึง 10 นิ้ว  ส่วนระบบการสแกนนิ้วก็ต้องเอานิ้วรูดที่ปุ่ม Home ครับ ลำบากนิดหน่อย ต้องทำความคุ้นเคยนานหน่อย นิ้วเอียงหน่อยก็ไม่ได้ ต้องรูดตรง ต่างกับ iPhone ที่แค่แตะก็สามารถอ่านค่าลายนิ้วมือได้

    
    

S Note ของ Galaxy Note4/Edge ก็เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงความสามารถ Sync ข้อมูล S note เข้าไปใน Evernote ได้แล้ว ซึ่งใน Note 3 ไม่สามารถ และใน Note4 / Edge ก็สามารถ Download รูปแบบ Template ได้เยอะมากๆๆ

        

หน้าจอการเขียน S Note แถบเครื่องมือการเขียนย้ายไปอยู่ที่ Edge ซึ่งสะดวกมากๆๆ ไม่เหมือน Note3/Note4 ที่แถบเครื่องมืออยู่ด้านบน บ่อยครั้งที่แถบเครื่องมือไปบังหน้ากระดาษ เกะกะในการทำงานพอสมควร ใน Note Edge สบายเลยครับ

    

S Health เพื่อความสามารถเยอะขึ้น นอกจากการนับก้าว แล้วยัง สามารถวัดแสง UV ได้ด้วย

    

    

ในส่วนของการใช้งานกล้อง ผมขอเก็บไว้เขียนเป้น บทความเต็มดีกว่าครับ เพราะว่ามีรายละเอียดเยอะมาก คอยติดตามอ่านกันด้วยนะครับ

ขอบคุณ PDAMobiz สำหรับพื้นที่ในการแบ่งปันครับ

 

รีวิวต่างๆ ของ  Samsung Galaxy Note Edge
ถูกใจบทความนี้  0

ใส่ความเห็น