ถึงว่า ตามทัน! เมื่อมีคนขายเทคโนโลยี Samsung Curve Display ให้จีน

อัยการในเกาหลีได้ตัดสิความผิดกับ 9 บุคคลและ 2 บริษัท ในเรื่องการขายเทคโนโลยีใหม่อย่าง Samsung Curve Display ให้กับบริษัทในจีนที่ไม่ได้ระบุตัวตน ซึ่ง CEO บริษัท Toptec ซึ่งเป็นผู้ถูกจับกุม หนึ่งใน 9 คนเป็นผู้รับเงินกว่า 455 ล้านบาท สำหรับการขายทรัพย์สินทางปัญญาในครั้งนี้

   ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมพี่จีนตามทันไม่ในช่วงเวลาไม่นาน

งานนี้ Samsung จากเกาหลีก็คงคิดหนักว่าในช่วงที่ผ่านมา พี่จีนตีตลาดรุกหนักเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหนก็ตาม ต้องบอกว่าเหนื่อย ซึ่งในข่าวล่าสุด อัยการมีการตั้งมูลความผิดกับบุคคล 9 คน และ 2 บริษัท ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบริษัท TopTec ซึ่งเป็นผู้ผลิต Samsung Curve Display ให้กับ Samsung เป็นผู้ขายทรัพย์สินทางปัญญา หรือรายละเอียดเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้งานและเปิดตัวกันไปบน Samsung Galaxy S ซีรีส์ ที่มีหน้าจอขอบโค้งที่ผ่านมา และยังเป็นผู้ขายเทคโนโลยี 3D lamination  ให้กับบริษัทในจีนที่ไม่ได้ระบุตัวตนอีกด้วย ซึ่งทาง Toptec ก็ปฎิเสธทุกขั้นตอนในการขายให้บริษัทในจีนหรือทุกความผิดพลาดที่เกิดขึ้น?

   Samsung ลงทุนไปกว่า 4,946 ล้านบาท พร้อมทีมวิศวกรในการพัฒนาและวิจัยอีก 38 คน

กับการถูกขโมยทรัพย์สินทางปัญญาในครั้งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าคงเกิดความเสียหายทางธุรกิจมากกว่านั้น เพราะอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ทางฝั่งแบรนด์จากจีนตามทัน Samsung แม้กระทั่งเทคโนโลยีล่าสุดที่ มีข่าวกันมานานอย่าง หน้าจอพับได้หรือหน้าจอที่ม้วนได้ พอ Samsung ประกาศอย่างเป็นทางการไม่นานนัก ข่าวของแบรนด์จากประเทศจีนก็ทยอยออกมากันเพียบ แต่จริงๆ แล้ว ก็มีบริษัทในจีนประกาศเปิดตัว Smatphone ที่เป็นหน้าจอแบบพับได้ก่อน Samsung เสียอีก

   งานนี้ Samsung คงเจอศึกหนัก

เพราะเทคโนโลยี ที่เป็น ทรัพย์สินทางปัญญา ถูกนำมาส่งต่อ โดยที่ตัวเองลงทุนทั้งเงินทุนและบุคคลกรรวมถึงระยะเวลาในการวิจัยไม่น้อย แต่กลายเป็นว่าตาอยู่เอาปลาไปกิน โดยเอาไปต่อยอดได้สบาย ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้คงไม่ใช่แค่ระดับบริษัท แต่อาจจะถึงระดับประเทศ เพราะ Samsung ก็เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ของประเทศเกาหลีที่ออกมาตีตลาดโลก ซึ่งรัฐบาลเกาหลีเองก็ให้ความสำคัญไม่น้อย และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญระดับชาติเลยก็ว่าได้

   ไม่ใช่แค่ครั้งแรก

เราคงจะเคยเห็นการฟ้องร้องของบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ ในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาที่ถูกลอกเลียนแบบ และผลัดกันแพ้ชนะกันไป ไม่มีบริษัทไหนที่จะพัฒนาขึ้นมาเองแบบ 100% ซึ่งถ้าไม่ถูกลอกเลียนแบบก็จะขายกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายซึ่งคงมีมูลค่าแพงมากจนสู้ไม่ไหว จึงได้เกิดเหตุลักษณะนี้มาโดยตลอด แต่ยังไงซะ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานในลักษณะนี้ คงมีความสำคัญมาก หากไม่หลุดไปที่จีน บางทีเกมธุรกิจบน Smartphone อาจจะกลับมาอยู่ในมือของ Samsung ที่ได้เปรียบมากกว่าในปัจจุบันก็เป็นได้

อ้างอิง gizmochina และ engadget

ถูกใจบทความนี้  93

ใส่ความเห็น