WD My Passport Wireless มันมาแล้ว!!! เก็บตกบรรยากาศการพูดคุยแบบเฉพาะกิจ

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ทาง PDAMobiz ได้รับเกียรติจากทาง Western Digital หรือที่เพื่อนๆสมาชิกนิยมเรียกกันว่า WD เชิญไปร่วมพูดคุยเกี่ยวกับโปรดักส์ตัวใหม่ที่มีคิวเปิดตัวภายในงาน Commart ที่กำลังจะจัดขึ้นเดือนหน้า โดยโปรดักส์ใหม่ที่ว่านี้ก็คือ WD My Passport Wireless อุปกรณ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลแบบไร้สาย ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมและบรรยากาศภายในงาน(แบบเฉพาะกิจ)จะเป็นอย่างไรนั้น เพื่อนๆสมาชิกสามารถติดตามกันได้เลยนะครับ

WD_My_Passport_Wireless_002

สำหรับสถานที่จัดงานในครั้งนี้ ทาง WD ได้เลือกร้าน Melt Me ในซอยทองหล่อ 10 เป็นสถานที่สำหรับการ discussion แบบเฉพาะกิจในครั้งนี้ โดยได้เชิญตัวแทนจากเว็บไซต์และล๊อกเกอร์ชื่อดังด้วยกันจำนวน 5 ท่าน ซึ่งผมและทาง PDAMobiz ก็ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกันมาร่วมกัน discussion เกี่ยวกับโปรดักส์ตัวใหม่อย่าง WD My Passport Wireless

 WD_My_Passport_Wireless_003

ด้วยคำโปรยของ WD My Passport Wireless ที่ระบุว่าคือ “ฮาร์ดดิสก์ไร้สาย จัดเก็บเล่นได้หลายอุปกรณ์ My Passport Wireless อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล Wi-Fi” นั้น จะว่าไปแล้วในบ้านเราอาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่หรือน่าตื่นเต้นแต่อย่างใด ด้วยความที่ในปัจจุบันมีหลายๆแบรนด์ต่างทำโปรดักส์ในทำนองเดียวกันออกมาก่อนหน้านี้แล้วนั่นเอง จึงดูเหมือนว่าทาง WD ขยับตัวช้ากว่าคู่แข่งอยู่พอสมควร แล้วจะยังมีพื้นที่ในส่วนแบ่งของตลาดพอให้ WD ได้จับจองหรือไม่นั้น ตรงนี้เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจและถูกนำมาพูดคุยถกเถียงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันภายในงาน

WD_My_Passport_Wireless_005

แต่จริงๆแล้วด้วยคำโปรยดังกล่าวทำให้ในวง discussion เกิดความสับสนและเข้าใจผิดกันไปพอสมควร เพราะจริงๆแล้ว WD My Passport Wireless นั้นมีจุดเด่นที่มากกว่าโปรดักส์ตัวอื่นๆที่มีอย่ในท้องตลาด ณ ปัจจุบัน เรียกได้ว่าจริงๆแล้วทาง WD น่าจะนำมาใช้เป็นคำโปรยแทนเสียด้วยซ้ำ ไม่เชื่อลองมาดูจุดเด่นที่ผมพูดถึงกันนะครับ

  1. ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อที่เหนือกว่าแบบไร้สายและการแชร์สัญญาณอินเตอร์เน็ต – ด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วย Wi-Fi  (2.4 GHz Wireless N2x2) แต่ก็มีพอร์ตสำหรับเสียบสาย USB เวอร์ชัน 3.0 ให้ใช้งานด้วยเช่นกันโดยสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆได้มากถึง 8 อุปกรณ์ รวมถึงสามารถเป็น Hub เพื่อใช้เป็น Wi-Fi Hotspot เพื่อแชร์สัญญาณอินเตอร์เน็ตให้กับอุปกรณ์ต่างๆได้อีกด้วย
  2. ช่องเสียบ SD Card แบบ built-in – สามารถเสียบ SD Card เพื่อคัดลอกหรือโอนย้ายข้อมูลได้ทันที ไม่ต้องใช้การ์ดรีดเดอร์เสียบสายให้ยุ่งยากวุ่นวาย
  3. แบตเตอรีแบบชาร์จไฟได้ สามารถใช้งานได้ยาวนาน – WD My Passport Wireless มีไฟ LED สำหรับแสดงสถานะแบตเตอรีทั้งขณะใช้งานและชาร์จไฟ เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้งานได้ทราบอยู่ตลอดเวลา โดยสามารถ stand by ได้นาน 20 ชั่วโมง และสามารถใช้งานสตรีมมีเดียได้นาน 6 ชั่วโมง
  4. เข้าถึงอุปกรณ์เคลื่อนที่ผ่านแอพฯ – มีแอพฯ WD My Cloud บนแพลตฟอร์มต่างๆเพื่อใช้จัดการและเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้
  5. สตรีมมีเดียไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อของผู้ใช้ – สามารถสตรีมมีเดียไปยังอุปกรณ์ต่างๆได้พร้อมกันถึง 8 อุปกรณ์ แต่ถ้ามีเดียที่เป็นคอนเทนต์ความละเอียดระดับ Full-HD จะสามารถสตรีมไปยังอุปกรณ์ต่างๆได้ 4 อุปกรณ์ (จริงๆแล้วมากกว่านั้นก็ทำได้ แต่อาจพบอาการ Buffering หรือกระตุกบ้าง จำนวน 4 อุปกรณ์จึงเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุด)
  6. จัดเก็บไว้ในพื้นที่ส่วนตัวของผู้ใช้ – ปลอดภัยด้วยการตั้งรหัสผ่าน รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายๆเพียงปลายนิ้ว

จะว่าไปแล้วถ้าเพื่อนๆสมาชิกที่ได้เคยใช้งานโปรดักส์ของทาง WD คงจะทราบกันเป็นอย่างดีว่าเกือบจะทุกโปรดักส์ก็ว่าได้ ล้วนแล้วแต่เน้นให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจ เรียนรู้ และใช้งานได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องคอยเปิดคู่มืออยู่บ่อยๆ ซึ่งตรงจุดนี้ทางตัวแทนของทาง WD ที่มาร่วม discussion ก็ได้เริ่มเกริ่นถึงสภาวการณ์ของการใช้งาน data ในปัจจุบันทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทาง WD เองก็ได้เล็งเห็นถึงความต้องการดังกล่าวของผู้ใช้งาน จึงไม่หยุดคิดค้น และพยายามที่ผลักดันโปรดักส์ออกมาให้ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด

WD_My_Passport_Wireless_004

หนึ่งในจุดเด่นที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ทาง WD ได้ทำแอพฯสำหรับแพลตฟอร์มต่างๆเพื่อการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ

 

โดยสำหรับผู้ใช้งาน iOS สามารถดาวน์โหลดแอพฯ WD My Cloud ได้จากลิงค์ด้านล่างนี้

WD My Cloud

โดยสำหรับผู้ใช้งาน Android สามารถดาวน์โหลดแอพฯ WD My Cloud ได้จากลิงค์ด้านล่างนี้

WD My Cloud

 

ซึ่งการใช้งานผ่านแอพฯ WD My Cloud ทั้งบน iOS และ Android นั้น สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และไม่ยุ่งยาก แต่จะทำได้เฉพาะการจัดการไฟล์ต่างๆเท่านั้น แต่ถ้าต้องการตั้งค่าต่างๆ จำเป็นต้องเข้าใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ โดยจะเป็นรูปแบบของ web UI ซึ่งสามารถใช้งานได้สะดวกและง่ายไม่แพ้กัน เพราะทาง WD ตั้งค่าชื่อให้เข้าใจได้ง่ายว่าสื่อถึงอุปกรณ์ชนิดใดอยู่นั่นเอง

 WD_My_Passport_Wireless_001

ได้ทราบรายละเอียดของ WD My Passport Wireless กันไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นมาต่อกันกับพรีวิวตั้งแต่กล่องจนถึงตัวเครื่องของ WD My Passport Wireless กันเลยนะครับ ว่ารูปร่างหน้าตาจะถูกใจเพื่อนๆสมาชิกกันมากน้อยขนาดไหน

WD_My_Passport_Wireless_014 WD_My_Passport_Wireless_015 WD_My_Passport_Wireless_016 WD_My_Passport_Wireless_017 WD_My_Passport_Wireless_018 WD_My_Passport_Wireless_019 WD_My_Passport_Wireless_0020 WD_My_Passport_Wireless_0021

เห็นแพคเกจกันไปแล้ว มาต่อกันที่ตัวเครื่องที่เป็นพระเอกของเรากันบ้างนะครับ

WD_My_Passport_Wireless_006 WD_My_Passport_Wireless_007 WD_My_Passport_Wireless_008 WD_My_Passport_Wireless_009 WD_My_Passport_Wireless_010 WD_My_Passport_Wireless_011 WD_My_Passport_Wireless_012

เปรียบเทียบขนาดความหนาของตัวเครื่องกับสมาร์ทโฟน OnePlus One

WD_My_Passport_Wireless_013

 

เป็นยังไงกันบ้างครับ ได้เห็นรูปร่างหน้าตาของ WD My Passport Wireless กันไปแล้ว อยากทราบรายละเอียดเรื่องราคากันแล้วใช่ไหมครับ โดย WD My Passport Wireless จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 รุ่นความจุ ดังนี้

  • รุ่นความจุ 1 TB ราคา 5,990 บาท
  • รุ่นความจุ 2 TB ราคา 7,590 บาท

โดยเพื่อนๆสมาชิกที่สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วผ่านตัวแทนจำหน่าย ร้าน IT ชื่อดัง หรือรอสัมผัสสุดยอดเทคโนโลยีต่างๆของทาง WD ได้ภายในงาน Commart Comtech 2014 ที่กำลังจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 6-9 พฤศจิกายนนี้ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งผมขอแอบใบ้เล็กๆว่าภายในงาน Commart Comtech 2014 ทาง WD เตรียมโปรโมชันดีๆไว้ให้เอาใจเพื่อนๆสมาชิกกันด้วยนะครับ

 

ขอขอบคุณทาง WD ที่ให้เกียรติเชิญไปร่วมพูดคุยในครั้งนี้ด้วยนะครับ

 

หมายเหตุ : รอติดตามรีวิวแบบเจาะลึกได้ที่หน้าเว็บเร็วๆนี้นะครับ 

 

 

ถูกใจบทความนี้  0

2 thoughts on “WD My Passport Wireless มันมาแล้ว!!! เก็บตกบรรยากาศการพูดคุยแบบเฉพาะกิจ

ใส่ความเห็น