Review Xiaomi Mi 8 Lite พิเศษเฉพาะที่ เอไอเอส เท่านั้น! สมาร์ทโฟนฟีเจอร์ครบครัน ในราคาจับต้องได้ !!

กำลัง Hot และเป็นที่จับตามองสำหรับ Xiaomi Mi 8 Lite น้องนุชสุดท้องของซีรีส์ Mi 8 ที่กระแสกำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ ด้วยความที่เป็นสมาร์ทโฟนครบเครื่อง ด้วยดีไซส์งามหยดย้อยจากวัสดุกระจกแบบไล่โทนเฉดสี พร้อมหน้าจอแสดงผลใหญ่เต็มตา 6.26 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยสเปคที่รองรับการทำงานทั่วไปและการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงกล้องหน้าเซลฟี่ได้เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี AI Makeup สำหรับปรับแต่งภาพถ่ายเซลฟี่ให้ออกมาสวยงามตรงใจ อีกทั้งยังผสานระบบกล้องหลังคู่ที่มีเทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์ ) ที่ช่วยวิเคราะห์ ปรับแต่งและมีฟีเจอร์อัดแน่น ทำให้การถ่ายรูปออกมาสวยงามและมีลูกเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อค่าย Xiaomi จับมือกับ AIS ผู้นำเบอร์ 1 ตัวจริงของผู้ให้บริการธุรกิจโทรคมนาคมในบ้านเรา มอบดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าเอไอเอสโดยเฉพาะ ซึ่งมอบส่วนลดค่าเครื่องสูงสุดถึง 4,000 บาทเลยทีเดียว

 

สเปคเบื้องต้น Xiaomi Mi 8 Lite 

● จอแสดงผลชนิด IPS LCD ขนาด 6.26 นิ้ว ความละเอียด 2280 x 1080 FHD+, อัตราส่วน 19:9 (~403 ppi density) คอนทราสต์ 1500:1
● ซีพียู Qualcomm Snapdragon™ 660 AIE Quad-core 2.2 GHz
● จีพียู Adreno 512
● แรม 4 GB
● หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 64 GB รองรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD Card ได้สูงสุด 256 GB
● กล้องหลังคู่ กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์ Sony IMX363 เพิกเซลขนาดใหญ่ 1.4μm, รูรับแสงกว้าง f/1.9, Dual Pixel AF + กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล, SAMSUNG S5K5E8, พิกเซลขนาดใหญ่ 1.12μm
● กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล, Sony IMX 576, เทคโนโลยีซุปเปอร์พิกเซล 4-in-1, พิกเซลขนาดใหญ่ 1.8μm
● รองรับ 3G/4G ทุกคลื่นความถี่ในไทย
● ระบบปฏิบัติการ MIUI 10 บนพื้นฐานของ Android 8.1 (Oreo)
● แบตเตอรี่ความจุ 3350mAh รองรับการชาร์จเร็ว QC3.0
● ขนาดตัวเครื่อง 156.4 x 75.8 x 7.5 ม.ม.
● น้ำหนัก 169 กรัม
● สี: มิดไนท์ แบล็ค, ออโรร่า บลู
● ราคาวางจำหน่าย 7,990 บาท

 

 

Packaging & Accessories

รอบนี้ค่าย Xiaomi ออกแบบกล่องแพ็กเกจได้สวยงาม สะดุดตา โดยใช้โทนการไล่เฉดสีที่สื่อไปถึงดีไซน์ของตัวเครื่อง ซึ่ง Mi 8 Lite สีออโรร่า บลู จะมีการไล่โทนสีแบบ Gradient เล่นระดับด้วยโทนสีม่วงและฟ้านั่นเอง

อุปกรณ์กรณ์ภายในกล่องที่ให้มาจะประกอบไปด้วย 

  1. อแดปเตอร์ชาร์จแบบขากลม ให้ OUTPUT มาที่ 5V-2A
  2. สาย USB Type -C
  3. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า
  4. เข็มจิ้มเปิดถาดซิม
  5. ตัวแปลง Type-C to 3.5mm
  6. เคสซิลิโคส ชนิดใส

 

 

Design & Hardware

AIS Mi 8 Lite ยังคงอินเทรนด์ด้วยดีไซน์ที่มาพร้อม Notch หรือรอยบากบนหน้าจอตามสมัยนิยม อีกทั้งยังมีขอบจอที่บางเฉียบ ส่งผลให้ตัวเครื่องมีขนาดที่ไม่ใหญ่ แม้จะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลใหญ่เต็มตาถึง 6.26 นิ้วก็ตาม เมื่อบวกกับการดีไซน์ที่เน้นความโค้งมนทั้งสี่มุม ทำให้การจับถือนั้นสอดรับเข้ากับสรีระของฝ่ามือได้เป็นอย่างดี ในด้านงานประกอบและวัสดุของ AIS Mi 8 Lite มีความโดดเด่นด้วยโครงสร้าง Glass metal Unibody ที่มีความแข็งแกร่งพร้อมแฝงความพรีเมี่ยมด้วยการผสานกระจกหน้า/หลังเข้ากับโครงสร้างขอบเฟรมโลหะ พร้อมการไล่ระดับโทนสีของฝาหลังอย่างมีศิลปะด้วยการใช้สีม่วงเข้มให้ซอฟท์เข้ากับสีฟ้าในแบบ Gradient ได้อย่างกลมกลืนลงตัว

และเมื่อเราขยับตัวเครื่อง สีสันของตัวฝาหลังจะมีการไล่เฉดสีออกมาเป็นโทนสีเดียวเมื่อกระทบกับแสงในบางมุม ซึ่งถือว่าเป็นดีไซน์ที่กำลังมาแรงบนสมาร์ทโฟนของยุคนี้

 

สรุป

“ดีไซน์สวยสะดุดตา วัสดุงานประกอบเรียบร้อยแข็งแรงน่าประทับใจ การจับถือพกพาสะดวก ด้วยขนาดตัวเครื่องที่โค้งมนเพรียวบางและมีน้ำหนักเบา”

หน้าจอแสดงผล Full Screen Display 6.26 นิ้ว ใหญ่เต็มตา รับชมคอนเทนต์ได้เต็มอรรถรสกว่าที่เคย !

 

AIS Mi 8 Lite มาพร้อมจอแสดงผล IPS ขนาด 6.26 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ซึ่งคุณภาพจอแสดงผลของ AIS Mi 8 Lite นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจครับ ทั้งเรื่องของสีสัน ความสว่างคมชัด และสามารถใช้งานกลางแจ้งได้สบาย ๆ ด้วยคอนทราสต์หน้าจอสูงถึง 1500:1 นอกจากนี้ Mi 8 Lite ยังมีฟีเจอร์ในการปรับตั้งค่าการแสดงผลได้อย่างยืดหยุ่นอีกด้วย เช่นการการปรับโทนสีให้ตรงกับความต้องกับการของผู้ใช้งาน (ความเปรียบต่าง & สี โทนร้อน/เย็น), และ”โหมดอ่าน” ที่ช่วยปกป้องถนอมสายตาให้แก่ผู้ใช้งานเป็นต้น

 

การออกแบบดีไซน์ Notch หรือรอยบากบน Mi 8 Lite มีขนาดที่ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป และมีการจัดวางเลย์เอาท์ภายในรอยบาก ด้วยกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล, ลำโพงสนทนา, ไฟแจ้งเตือนสถานะและเซ็นเซอร์ Ambient Light + Proximity เข้าไว้ด้วยกัน ผู้ใช้งานสามารถซ่อนรอยบากนี้ได้ ด้วยการเข้าไปที่การตั้งค่าของตัวเครื่อง / เลือกซ่อนรอยบาก จากนั้นจะมีแถบดำขึ้นมา ทำให้การแสดงผลจะเหมือนกับสมาร์ทโฟนทั่วไปที่ไม่มีรอยบากนั่นเอง นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถตั้งค่าการแสดงผลของแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ให้แสดงบนผลแบบเต็มหน้าจอที่มีรอยบากได้จากเมนูเดียวกันนี้

กล้องหลังคู่ 12 ล้านพิกเซล + กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังอันชาญฉลาดจาก Qualcomm Snapdragon™ 660 AIE  ซึ่งทางค่าย Xiaomi ชูจุดขายด้านกล้องบน Mi 8 Lite แบบจัดเต็ม ทั้งกล้องหน้าที่มาพร้อม Hardware อันโดดเด่น ด้วยความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX 576 พร้อมเทคโนโลยีซุปเปอร์พิกเซล 4-in-1 และพิกเซลไซส์ขนาดใหญ่ 1.8μm และกล้องหลังเลนส์คู่ ที่ขับเน้นฟีเจอร์และความสามารถอันฉลาดล้ำจากขุมพลัง AI สมองกล ที่ช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายให้ออกมาสวยงาม แต่ยังคงใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ความชำนาญด้านการถ่ายภาพมาก่อน แค่มี Mi 8 Lite ก็สามารถถ่ายรูปออกมาได้สวยในทุกสถานการณ์

 

จากนี้เราไปดูองค์ประกอบการออกแบบและภาพรวมด้าน Hardware ภายนอกของ Mi 8 Lite กันต่อครับ

ด้านบนจะมีไมค์สำหรับการบันทึกเสียง และตัดขอบด้านข้างทั้งสองฝั่งด้วยแถบเส้นเสาอากาศ

ด้านล้างจะมี แถบเส้นเสาอากาศด้วยเช่นกัน ส่วนช่องลำโพงซ้ายขวาที่ดูเหมือนเป็นลำโพงคู่สเตอริโอ แต่จริงๆ แล้วฝั่งซ้ายจะเป็นไมค์สนทนา ส่วนฝั่งขวาจะเป็นลำโพงหลักของตัวเครื่อง ส่วนพอร์ตชาร์จจะเป็น Type – C ก็ทำให้รองรับการใช้งานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของการรองรับฟีเจอร์ชาร์จไว และความสะดวกสบายในการใช้งานร่วมกับดีไวส์อื่น ๆ  ที่ส่วนใหญ่จะอัพเกรดมาเป็น Type – C แล้วนั่นเอง

สำหรับคุณภาพของลำโพง แม้จะเป็นลำโพงแบบโมโน แต่สุ้มเสียงที่ขับออกมานั้นเซอร์ไพรส์อยู่ไม่น้อย ทั้งความดังและความใสเคลียร์ ตรงนี้ตอบโจทย์ด้านเอนเตอร์เทนได้ดีพอสมควรเลยครับ

 

ดูกันต้อที่ฝั่งขวามือของตัวเครื่อง ฝั่งนี้จะมีปุ่มเพิ่มลดระดับเสียงที่อยู่บนพาเนลเดียวกัน ถัดลงคือปุ่มพาวเวอร์

 

สำหรับฝั่งขวาจะเป็นที่อยู่ของช่องถาดซิมการ์ดและหน่วยความจำภายนอก MicroSD Card

 

ตัวถาดซิมเป็นแบบ Hybrid ที่ต้องเลือกระหว่างการใช้งาน 2 ซิมการ์ด หรือ 1 ซิม + MicroSD Card โดยสามารถรองรับหน่วยความจำภายนอก MicroSD Card ได้สูงสุดที่ 256 GB

 

ทั้งนี้ AIS Mi 8 Lite ยังมาพร้อมจุดเด่นด้วยการรองรับ Full Netcom 4.0 อีกด้วย ทำให้สามารถจับสัญญาณ 4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม รวมไปถึงยังรองรับ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูงบนคลื่น 4G  มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบลื่นอีกด้วย ตรงนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดขายของ Mi 8 Lite ที่เหนือกว่าคู่แข่งบางแบรนด์

 

รองรับเครือข่ายความเร็วสูง AIS Next G

พิเศษสุดสำหรับลูกค้า AIS สามารถสัมผัสประสบการณ์ความเร็วเหนือระดับจากเครือข่าย Next G ได้ง่าย ๆ เพียงทำตามขั้นตอนดังนี้

เข้าไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น NEXT G ในเพลย์สโตร์ ทำการติดตั้งให้เรียบร้อย

1. เปิดใช้งาน Mobile Data
2. เปิดการเชื่อมต่อ  AIS SUPER WiFi และทำการ Login
3. เข้าแอปพลิเคชัน AIS NEXT G โดยกรอกหมายเลขโทรศัพท์ และกดตกลง
4. ใส่รหัส OTP ที่ได้รับจาก SMS และกดตกลง
5. เปิดเมนู NEXT G (Turn On)
6. สังเกตสัญลักษณ์ NEXT G ตรงมุมบนซ้ายของหน้าจอ

 

เครือข่าย Next G คืออะไร? มาทำความเข้าใจกันได้ที่บทความนี้ครับ https://bit.ly/2zYhGot

 

Benchmarks & Performance

แม้จะไม่ได้มาพร้อมกับชิปเซ็ตตัว Top อย่าง ซีรีส์ 8xx แต่ขุมพลัง Snapdragon 660 นั้นก็ถือว่าแรงในระดับใช้งานทั่ว ๆไปได้เหลือเฟือ แถมมีความโดดเด่นในด้านการจัดสรรพลังงาน รวมไปถึงรองรับ AIE (Artificial Intelligence Engine) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทำงานในภาพรวมร่วมกับ Software หรือแอปพลิเคชั่นอันหลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนในแง่ผลคะแนน Benchmarks ถือว่าเป็นรุ่นกลาง ๆ ที่มาพร้อมความลื่นไหล และความแรงในระดับที่นำไปใช้งานทั่วไป รวมถึงการเล่นเกมกราฟิกสูงได้แบบสบาย ๆ ส่วนเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ก็ให้มาอย่างครบถ้วน สำหรับ GPS ในภาครับสัญญาณดาวเทียมนั้นมีความรวดเร็วแม่นยำในระดับที่ดีมากครับ

 

ขุมพลังจากชิปเซ็ต  Snapdragon™ 660 AIE + จีพียู Adreno 512 แรงเพียงพอสำหรับการเล่นเกม

AIS Mi 8 Lite เล่นเกมได้ลื่นไหลในระดับหนึ่ง ด้วยขุมพลังจาก ชิปเซ็ต Snapdragon™ 660 AIE และ จีพียู Adreno 512 สามารถเล่น ROV บนเฟรมเรทสูง ๆ ได้สบาย ๆ ส่วน PUBG แม้จะไม่สามารถเลือกเล่นในระดับความละเอียดสูงสุดได้ก็ตาม แต่ในภาพรวมการเล่นเกมที่มีกราฟิกสูง ๆ บน AIS Mi 8 Lite ค่อนข้างลื่นไหลดี ไม่มีอาการหน่วงสะดุดติดขัดให้หัวร้อนแต่อย่างใด

 

นอกจากเล่นเกมได้ลื่นไหลแล้ว ยังมีฟีเจอร์ Game speed booster “การเร่งความเร็วเกม” ที่ช่วย optimization ให้เล่นเกมได้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น และยังมีฟังก์ชั่น ที่ช่วยจัดการด้านการแจ้งเตือน เช่นการปฏิเสทสาย หรือการรับสายผ่านทางแฮนด์ฟรีได้เป็นต้น ทำให้การเล่นเกมบน AIS Mi 8 Lite นั้นเป็นไปอย่างสมูทลื่นไหล ต่อเนื่องไม่มีอาการสะดุดครับ

 

Camera & Sample

กล้องหลังคู่ของ AIS Mi 8 Lite มาพร้อมกับ Hardware อันโดดเด่น ด้วยกล้องตัวแรกความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX363 มีพิกเซลไซส์ขนาดใหญ่ 1.4μm, และรูรับแสงกว้าง f/1.9, พร้อมรับบโฟกัส Dual Pixel AF สำหรับกล้องตัวที่สอง ให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล, ใช้เซ็นเซอร์  SAMSUNG S5K5E8, มีพิกเซลไซส์ขนาดใหญ่ 1.12μm

สำหรับกล้องหน้าจัดเต็มไม่แพ้กันด้วยความละเอียด 24 ล้านพิกเซล, ใช้เซ็นเซอร์  Sony IMX 576, มาพร้อมเทคโนโลยีซุปเปอร์พิกเซล 4-in-1, และมีพิกเซลไซส์ขนาดใหญ่ 1.8μm

และสิ่งที่ทำให้กล้องบน Mi 8 Lite นั้นทำผลงานได้ดี ก็คือการที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังอันชาญฉลาดจาก AI โดยมีเทคโนโลยี AI Scene Detection เป็นไฮไลท์หลัก ซึ่งสามารถตรวจจับซีน หรือสภาพแวดล้อมและวัตถุต่าง ๆ ได้ถึง 27 หมวดหมู่ ส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายรูปออกมาได้สวยดูดี แม้จะไม่มีความรู้ความชำนาญด้านการถ่ายภาพมาก่อนก็ตาม

อีกทั้งยังมีลูกเล่นสำคัญอย่าง AI Portrait สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอ รวมถึง Studio Lighting สำหรับจัดแต่งรูปแบบแสงให้แก่ตัวแบบ และยังมีลูกเล่น AI Dynamic Bokeh สำหรับปรับเอฟเฟกต์โบเก้ให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ เพื่อเสริมให้ภาพถ่ายดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าที่เคย

 

เมนูอินเตอร์เฟซกล้อง เมื่อเรียกใช้งานฟังก์ชั่น AI Makeup ซึ่งผุ้ใช้งานสามารถปรับแต่งการเซลฟี่ให้ออกมาสวยตรงใจ และเหมาะสวมกับใบหน้าของเราได้แบบเรียลไทม์

 

 

ทดสอบกล้องหน้าด้วยโหมด Auto และเปิด AI

 

สำหรับโหมดเซลฟี่ Portrait แบบหน้าชัดหลังเบลอ การละลายฉากหลังทำได้น่าประทับใจ ทั้งการตัดขอบพร้อมเก็บดีเทลเล็ก ๆ อย่างพวกเส้นผม อีกทั้งยังสามารถเปิดใช้งานโหมด Beuaty ร่วมกับเซลฟี่ Portrait ได้อีกด้วย

 

สำหรับรูปทดสอบที่ลองถ่ายมาจากด้านบนจะเห็นว่าระยะห่างระหว่างตัววัตถุกับพื้นหลังนั้นค่อนข้างห่างเลยทำให้การละลายหลังได้ดียิ่งขึ้น สำหรับรูปนี้ลองเลือกฉากพื้นหลังที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อทดสอบ AI Portrait ของ AIS Mi 8 Lite อีกรอบ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่าสอบผ่านเลยครับ ภาพที่ได้ให้การละลายฉากหลังมีความเป็นธรรมชาติโดยไม่ดูหลอกตาแต่อย่างใด

สรุป AI Portrait มีความฉลาด และประมวลผลออกมาได้ค่อนข้างดีมาก แถมยังรองรับการใช้งานได้ดีในทุกสถานการณ์

 

ฟังก์ชัน Beuaty ถือว่าเป็นไฮไลท์และจุดขายหลักของ AIS Mi 8 Lite ซึ่งมีจุดเด่นด้วยความสามารถในการปรับแต่งใบหน้าผู้ใช้ให้ความสวยงาม สามารถเลือกระดับความเนียนใสได้ถึง 5 ระดับ และรองรับการปรับแต่งส่วนอื่น ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น เช่นโหมด Remodeling สำหรับปรับแต่งองค์ประกอบของโครงหน้าผู้ใช้งาน เช่นหน้าเรียว ตาโต จมูก คาง เป็นต้น ส่วน Makeup ก็ตามชื่อเลยครับ ไว้ใช้ในการตกแต่งเสริมองค์ประกอบในการแต่งหน้าให้สมบูรณ์และตรงใจผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

 

ทดสอบโหมด Beuaty ของ Mi8 Lite

เปิดใช้งาน Beuaty ระดับ 1

 

เปิดใช้งาน Beuaty ระดับ 3

 

เปิดใช้งาน Beuaty ระดับ 5

 

กล้องหน้ามาพร้อมฟีเจอร์เด่นด้วย AI Scene Detection เหมือนกล้องหลัง โดยเทคโนโลยีจาก AI  จะทำการการวิเคราะห์ประมวลผลจากซีนและสภาพแวดล้อมที่สมจริง และพร้อมปรับแต่งให้รูปถ่ายเซลฟี่ของเราออกมาได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

 

โหมด Auto ปิด AI

โหมด Auto เปิด AI และเปิดใช้บิวตี้ระดับ 1

 

โหมด AI Portrait เมื่อใช้งานในสภาพแสงน้อย ยังสามารถละลากฉากหลังได้ดี แถมยังให้โบเก้ที่ดูสวยงามในสไตล์กล้อง DSLR อีกด้วย

 

ทดสอบโหมด Portrait จากกล้องหลัง

 

สำหรับโหมด Portrait ของกล้องหลังจะมีจุดเด่นตรงที่สามารถปรับแต่งเพิ่มลูกเล่นให้กับรูปที่ถ่ายเสร็จแล้วได้อีกด้วย โดยเปิดรูปถ่ายจากโหมด Portrait และแตะไปที่ไอคอนรูปม่านชัตเตอร์ที่มุมขวาบน จากนั้นเราก็จะสามารถปรับระดับการเบลอของฉากหลัง เพิ่มลูกเล่นเล่นด้วย AI Dynamic Bokeh สำหรับปรับเอฟเฟกต์โบเก้ให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ  และ Studio Lighting สำหรับจัดแต่งรูปแบบแสงให้แก่ตัวแบบ  เพื่อเสริมให้ภาพถ่ายดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าที่เคย

 

จากนี้ไปรับชมภาพจากกล้องในสภาพแสงต่าง ๆ กันต่อได้เลยครับ

โหมด Auto ปิด AI

โหมด Auto เปิด AI จะเห็นได้ว่า ภาพทีเปิดใช้งาน AI จะมีการปรับแต่งในส่วนของท้องฟ้าให้ดูสดใส และมีสีสันที่ดูอิ่มขึ้น

 

AIS Mi 8 Lite โฟกัสเร็ว แม่นยำ ส่วนความคมจากกล้องนั้นน่าประทับใจมาก ๆ ครับ

 

ด้วยความฉลาดล้ำจาก AI สมองกลอัจฉริยะ ผสานกับ Hardware อันโดดเด่นด้วยเซ็นเซอร์ Sony IMX363 ซึ่งมีพิกเซลไซส์ขนาดใหญ่ถึง 1.4μm, และรูรับแสงกว้าง f/1.9, พร้อมรับบบโฟกัส Dual Pixel AF จึงทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อย หรือกลางคืนให้คุณภาพที่น่าประทับใจ

 

สรุป

Xiaomi Mi 8 Lite เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลาง ที่มาพร้อมกับความครบเครื่องรอบด้าน ด้วยดีไซน์กระจกหลังไล่เฉดสีอันโดดเด่น และขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon™ 660 AIE สามารถรองรับการทำงานหรือเล่นเกมได้แบบสบาย ๆ ไม่อึดอัด กล้องหน้าเซลฟี่จัดเต็มด้วยความละเอียด 24 ล้านพิเซล คุณภาพคับแก้วไม่เป็นรองใคร ส่วนกล้องหลังก็โดดเด่นไม่แพ้กันด้วยโหมด Portrait ที่มาพร้อมฟีเจอร์และลูกเล่นอันน่าตื่นตาตื่นใจ อีกทั้งยังรองรับฟีเจอร์ชาร์จไว Quick charge 3.0 ที่สามารถชาร์จเร็วในระดับ 0- 80% ในเวลาเพียง 35 นาทีเท่านั้น เมื่อบวกกับฟีเจอร์เด่น ๆ อันหลากหลายที่อัดแน่นอยู่ภายใน Xiaomi Mi 8 Lite และการจับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับค่ายเอไอเอส ในการวางจำหน่ายแบบ Exclusive ที่มอบส่วนลดสูงสุดถึง 4,000 บาท สิ่งเหล่านี้จึงส่งผลให้ Mi 8 Lite เป็นสมาร์ทโฟน Mid-Range สุดคุ้ม ในราคาจับต้องได้ สามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานทุกเพศวัยได้อย่างแท้จริง

 

Xiaomi Mi 8 Lite Exclusive by AIS พบข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าเอไอเอสเท่านั้น !!

  • AIS Mi 8 Lite (4/64 GB) Exclusive at AIS
  • สามารถซื้อได้ที่ AIS Shop และ ร้านเทเลวิซ ทุกสาขา
  • AIS Mi 8 Lite (4/64 GB): ระบบรายเดือน พิเศษเพียง 3,990 บ. จากปกติ 7,990 บ. (ส่วนลด 4,000 บ.) ชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บ. พร้อมสมัครแพ็กเกจ Hot Deal 899 บ. ขึ้นไป
  • AIS Mi 8 Lite (4/64 GB): ระบบรายเดือน พิเศษเพียง 4,990 บ. จากปกติ 7,990 บ. (ส่วนลด 3,000 บ.) ชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,000 บ. พร้อมสมัครแพ็กเกจ Hot Deal 699 บ. ขึ้นไป

 

ถูกใจบทความนี้  13

ใส่ความเห็น