เสียวหมี่รุกหนักเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อีก 3 รุ่น Redmi 6 Redmi 6A และ Mi Max 3 พร้อมเปิดจองแล้วในประเทศไทยราคาเริ่มต้นเพียง 3,590 บาท

เสียวหมี่ บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก เดินหน้าประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สามรุ่นในประเทศไทย ได้แก่ Redmi 6 Redmi 6A และ Mi Max 3 ด้วยราคาที่ใคร ๆ สามารถเอื้อมถึงได้ โดย Redmi 6 จะมาพร้อมกล้องคู่อันทรงประสิทธิภาพ และ AI เทคโนโลยี ให้คุณสัมผัสประสบการณ์การถ่ายภาพที่เหนือกว่า Redmi 6A มีฟีเจอร์เด่นที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในราคาที่คุ้มค่า และ Mi Max 3 ที่มาพร้อมดีไซน์และประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า
Redmi 6 กับกล้องหลังคู่ทรงประสิทธิภาพด้วยราคาเริ่มต้น 4,790 บาท

จอห์น เฉิน ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสียวหมี่ กล่าวว่า “Redmi 6 เป็นผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนวัฒนธรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Redmi ที่มุ่งเน้นในการเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ควบคู่ไปกับการลดราคาให้แก่ผู้บริโภค Redmi 6 มาพร้อมกับหลากหลายฟีเจอร์ ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ให้กับผู้ใช้งานให้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่น่าพึงพอใจ”
Redmi 6 ใช้ชิปเซ็ต Helio P22 รุ่นใหม่ล่าสุดของ MediaTek และ CPU แบบ octa-core บนชิปเซ็ต ขนาด 12nm ทำให้ใช้พลังงานน้อยลงกว่า 48% เมื่อเทียบกับชิปเซ็ตขนาด 28nm ตัว CPU ด้วยสถาปัตยกรรม แบบ big.LITTLE ของ ARM ช่วยสับเปลี่ยนระหว่างโหมดเน้นสมรรถนะ กับโหมดประหยัดพลังงานโดยอัตโนมัติ ไปตามการใช้งานของผู้ใช้ เพื่อให้เกิดความสมดุลที่ยอดเยี่ยมระหว่างสมรรถนะการทำงาน และการใช้งานแบตเตอรี่
มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.45 นิ้วซึ่งแสดงผลในสัดส่วน 18:9 และมีสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องอยู่ที่ 80.5% ตัวเครื่องด้านหลังทำจากโพลีคาร์บอเนต ซึ่งให้รูปลักษณ์และสัมผัสที่คล้ายคลึงกับโลหะผิวเรียบ มีส่วนโค้งเว้า ที่ถูกออกแบบมาให้สมดุลกันทำให้จับได้ถนัดมือยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีกล้องคู่ 12+5 MP มีเซ็นเซอร์หลัก ทำหน้าที่เก็บรายละเอียดพิกเซลขนาด 1.25nm ซึ่งเป็นขนาดพิกเซลที่ใหญ่ที่สุด ที่สมาร์ทโฟนยอดนิยมรุ่นต่าง ๆ ในช่วงราคานี้สามารถทำได้ ช่วยให้คุณได้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพสูงกว่า แม้ในสภาพที่มีแสงน้อย นอกจากนั้นยังมีระบบออโต้โฟกัสแบบ Phase Detection ที่ทำให้กล้องสามารถจับโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้คุณสามารถ บันทึกช่วงเวลาดี ๆ ไว้ได้ แบบไม่มีพลาด ขณะที่กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลมาพร้อมกับโหมด AI Portrait ของ เสียวหมี่ ซึ่งช่วยให้คุณเก็บถ่ายภาพแบบ Bokeh ได้อย่างสมจริงด้วยเลนส์เพียงตัวเดียว

สุดยอดแห่งความคุ้มค่ากับ Redmi 6A ด้วยราคาเริ่มต้น 3,590 บาท

Redmi 6A มีหน้าจอและตัวเครื่องแบบเดียวกันกับ Redmi 6 และใช้ชิปเซ็ต Helio A22 ของ MediaTek บนสถาปัตยกรรมระดับ 12nm มีแบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh ที่ทำให้ Redmi 6A สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 19 วันในโหมดสแตนด์บาย มีกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล ที่มีระบบออโต้โฟกัสแบบ Phase Detection และกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลที่มีโหมด AI Portrait ของเสียวหมี่ เช่นเดียวกัน รอม MIUI ได้รับการพัฒนาให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสำหรับ Redmi 6A โดยเฉพาะ ทำให้สามารถลดการใช้งานหน่วยความจำสำหรับแอปลงได้ถึงประมาณ 30%
Redmi 6 มีสองรุ่น 3GB + 32GB ในราคา 4,790 บาท และ รุ่น 4GB + 64GB ในราคา 5,790 บาท วางจำหน่ายออนไลน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ Shopee และร้านค้าชั้นนำทั่วไป

ส่วน Redmi 6A มีสองรุ่น คือ 2GB+32 GB ในราคา 3,990 บาท และ รุ่น 2GB + 16GB ในราคา 3,590 บาท วางจำหน่ายทางร้านค้าชั้นนำทั่วไป
Mi Max3 สุดยอดสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในราคาเริ่มต้นเพียง 9,990 บาท

Mi Max สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งยอดเยี่ยมกว่าเดิมในทุกด้านด้วยหน้าจอที่ใหญ่กว่า แบตเตอรี่ที่มีความจุมากกว่า ชิปเซ็ตที่ทรงประสิทธิภาพกว่า และกล้องที่ทรงพลังกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า Mi Max 3 มาพร้อมกับหน้าจอแบบ full screen display ขนาด 6.9 นิ้ว แบตเตอรี 5,500 mAh กล้องคู่ระบบ AI ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 636 จาก Qualcomm Mi Max 3 มาพร้อมหน้าขนาดยักษ์ 6.9 นิ้ว แสดงผลในสัดส่วน 18:9 ความละเอียด 2160 x 1080 Full HD+ ด้วยสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องที่ 85.19% ซึ่งมากกว่า Mi Max 2 ถึง 6.5% ทำให้ Mi Max 3 มีหน้าจอ ที่ใหญ่กว่าผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้าอย่าง Mi Max 2 โดยที่ขนาดเครื่องไม่ได้แตกต่างกันมากนัก หน้าจอที่ใหญ่กว่าจะทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น
มาพร้อมตัวเครื่องแบบโลหะซึ่งซ่อนเส้นรับสัญญาณไว้เพื่อให้มีรูปลักษณ์ที่ดูเรียบลื่นและหรูหรา ด้านหลังตัวเครื่อง มีส่วนโค้งและบริเวณขอบจอที่บางลงทั้งสี่ด้านทำให้จับได้ถนัดมือ และด้วยสัดส่วน screen aspect ratio ที่ 18:9 ก็ทำให้ผู้ใช้งานสามารถถือ Mi Max 3 ด้วยมือข้างเดียวได้สะดวก

Mi Max 3 มาพร้อมกล้องคู่ด้านหลังระบบ AI คุณภาพระดับเรือธง ด้วยตัวเซนเซอร์หลักที่กล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซลที่ทำหน้าที่บันทึกพิกเซลขนาดใหญ่ 1.4 ไมโครเมตรทำให้รับแสงได้มากขึ้น เก็บรายละเอียดได้คมชัดยิ่งขึ้นและจำกัด Noise ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

Dual PD Autofocus ซึ่งมีโฟโต้ไดโอด 2 ชิ้นต่อพิกเซลทำหน้าที่คำนวณค่าแสงที่ตกกระทบเซนเซอร์ ทำให้ระบบออโต้โฟกัส สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วแม้ในสภาพที่มีแสงน้อย นอกจากนั้นกล้องของ Mi Max 3 ยังมีฟังก์ชั่น AI Scenario ซึ่งใช้ AI ในการจดจำฉากกว่า 206 แบบใน 25 หมวดหมู่ ทำให้สามารถ ช่วยปรับแต่งรูปภาพให้สวยงามขึ้นได้โดยอัตโนมัติ และแม้จะมีเลนส์เดี่ยวเพียงตัวเดียว แต่กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ก็ช่วยให้คุณสามารถเก็บรายละเอียดความชัดลึกของภาพได้อย่างสมจริง ด้วยเทคโนโลยี AI Bokeh โดยกล้องหน้านี้มาพร้อมกับโหมดแสงไฟอ่อน ๆ ที่กล้องหน้าเพื่อให้คุณเก็บภาพเซลฟี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงมีระบบ AI Face Unlock ที่ทำให้คุณสามารถปลดล็อกเครื่องได้อย่างรวดเร็ว Mi Max 3 สีดำ 4GB+64GB วางจำหน่ายที่ราคา 9,990 บาท
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เสียวหมี่ กรุณาเข้าไปที่ http://blog.mi.com/en/
***

เกี่ยวกับ Xiaomi
เสียวหมี่ คอร์ปอเรชั่น ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน พ.ศ. 2553 และได้มีชื่อติดอยู่ในบอร์ดหลักของตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2561(1810.HK) เสียวหมี่เป็นบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต พัฒนาสมาร์ทโฟน และสมาร์ทฮาร์ดแวร์ซึ่งมีแพลตฟอร์ม IoT เป็นหัวใจหลัก ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการเป็นเพื่อนกับผู้ใช้งาน และเป็น “บริษัทฯที่ดีที่สุด” ในใจของผู้บริโภค เสียวหมี่มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง โดยให้ความสำคัญ กับคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างไม่มีข้อแม้ โดยพันธกิจของบริษัท คือ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่หยุดหย่อน และนำเสนอในราคาที่เป็นมิตรกับผู้บริโภค เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ของผู้คนทั่วโลกให้ดียิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและสร้างสรรค์
ในปัจจุบันเสียวหมี่เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นบริษัทฯที่มีแพลตฟอร์ม IoT สำหรับลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะที่มีมากกว่า 100 ล้านชิ้น (ไม่รวมสมาร์ทโฟน และ แล็ปท็อป) เชื่อมต่ออยู่บนแพลตฟอร์มดังกล่าว ผลิตภัณฑ์ของเสียวหมี่มีวางจำหน่ายอยู่ในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และในภูมิภาคต่างๆ และยังเป็นผู้นำในหลายตลาดทั่วโลก

ถูกใจบทความนี้  94