รีวิว Garmin Forerunner 645 Music ฟังเพลงได้ทุกที่ กับทุกการออกกำลังกาย

ขอจับเอาเจ้า Garmin Forerunner 645 Music มาแนะนำ รีวิวกันนิดนึงละกันครับ หลังจากที่ได้ทดสอบมาประมาณเดือนนึง สำหรับใครที่ในช่วงนี้ชอบออกกำลังกาย และต้องการนาฬิกาสักเรือน ที่มีความสามารถรอบตัว แทรคแอคทิวิตี้ประจำวัน ยืน นั่ง นอน เดิน และยังเชื่อมต่อ Smartphone ได้ แจ้งเตือนกิจกรรมต่างๆ มีสายเข้าก็รู้ทันที รวมถึงเรื่องการออกกำลังกาย ทั้งวิ่ง ปั่น ว่าย โยคะ พายเรือ และอีกเพียบ เรียกว่ารองรับแทบทุกกีฬาที่คนทั่วไปนิยมเล่นกัน และแน่นอนว่ารุ่นนี้เป็นรุ่น Music ดังนั้น ในทุกแอคทิวิตี้ สามารถฟังเพลงไปด้วยได้ทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องพก Smartphone ติดตัวให้เกะกะอีกต่างหาก

Garmin Forerunner 645 Music ออกแบบมาเพื่อการฟังเพลงโดยเฉพาะ โดยซีรีส์นี้ มี Garmin Forerunner 645 รุ่นธรรมดาออกมาด้วย ซึ่งต่างกันแค่มีฟังก์ชั่นการเก็บเพลงและเชื่อมต่อกับหูฟัง bluetooth เพื่อฟังเพลงนั่นเอง ส่วนแอคทิวิตี้อื่นๆ หรือด้านการออกกำลังกายก็เรียกว่าเหมือนกันเลยครับ ดังนั้นในรีวิวนี้ขอเป็นเรื่องของ Garmin Forerunner 645 Music ล้วนๆ เลยก็แล้วกัน มีราคาค่าตัวต่างกันอยู่ประมาณสองพันบาท โดย Garmin Forerunner 645 Music อยู่ที่ราคา 16,900 บาท ส่วน Garmin Forerunner 645 รุ่นปกติ อยู่ที่ 14,900 บาท ที่เหลือก็อยู่ที่เลือกแล้วครับว่าอยากได้แบบฟังเพลงด้วยหรือเปล่า

สำหรับฟีเจอร์ เรื่องกีฬาคือจัดเต็ม เรียกว่าเป็นน้องๆ Garmin Forerunner 935 และเป็นพี่ Forerunner 235  ซึ่งจริงๆ ซีรีส์ 6xx นี่เท่าที่จำได้น่าจะ 4 ปีที่แล้วกับ Forerunner 620 แต่มาคราวนี้คืออัพเกรดมาเต็ม อินเทรนด์และการใช้งานก็ด้วยเช่นเดียวกัน ดูฟีเจอร์เด่นกันหน่อย

  • ดาวน์โหลดเพลงได้ถึง 500 ง่าย ๆ ลงบนนาฬิกาข้อมือของคุณ และเชื่อมต่อกับหูฟัง Bluetooth® (ขายแยกต่างหาก) เพื่อการฟังเพลงแบบไร้โทรศัพท์
  • ซิงค์ไฟล์เพลงจากคอมพิวเตอร์ได้ 1
  • มี Advanced Running ขั้นสูง3 ซึ่งประกอบด้วยเวลาที่เท้าเหยียบพื้นขณะวิ่ง สมดุลเวลาที่เท้าเหยียบพื้นขณะวิ่ง ช่วงก้าวยาว ฯลฯ
  • ใช้อัตราการเต้นของหัวใจที่ข้อมือ4 เพื่อมอบคุณสมบัติการตรวจสอบสมรรถภาพ ซึ่งรวมถึงการประเมินสถานะการฝึกปัจจุบันของคุณด้วย
  • อายุแบตเตอรี่5 ใช้ได้นานถึง 7 วัน ในโหมดนาฬิกาหรือได้ถึง 5 ชั่วโมงเมื่อใช้งานในโหมด GPS และฟังเพลง

ส่วนสเปคเต็มๆ คลิ๊กที่นี่ เพื่อเข้าไปดูได้ที่เว็บ Garmin เลยครับ

มาดูกล่องและดีไซน์กันบ้าง

ตัวกล่องใหญ่ขึ้นมาหน่อย มีบอกฟีเจอร์ต่างๆ ไว้ครบถ้วน อุปกรณ์ในกล่องจะมีก็คู่มือและสายชาร์จและโอนถ่ายข้อมูล

ตัวเรือนของ Garmin Forerunner 645 Music ออกแบบขอบมาเป็นโลหะ สแตนเลสสตีล สวยงามและแข็งแรง ส่วนตัวบอดี้ยังคงเป็นพลาสติกเหมือนเดิม ทำให้น้ำหนักไม่มากเท่าไหร่ อยู่ที่ 41.8 กรัม รวมถึงขนาดที่เหมาะกับคนที่ข้อมือเล็ก  42.5 x 42.5 x 13.5มม. หน้าจอ 1.2 นิ้วยังแสดงผลได้ชัดเจน ซึ่งมีสีให้เลือกหลายสีเลยนะ ทั้งสายสีเชอรี่ ขอบสแตนเลสสีเงินตามรีวิวนี้ ตัวขอบสแตนเลสสีดำ พร้อมสายแบบ slate band หรือสายสีดำก็มี และ ตัวขอบเป็นสีโรสโกลด์ที่เพิ่งออกมาล่าสุดอีกด้วย ส่วนรุ่น Forerunner 645 จะมีสีให้เลือกต่างไปให้รู้ว่าเป็นรุ่นไม่มี Music มีสายสีแซนสโตน ที่เป็นสีบ่งบอกสำหรับรุ่นนี้นะ

ด้านดีไซน์ปุ่มกด ในปีนี้ Garmin ยกเครื่องการใช้งานใหม่ การใช้ปุ่มกดค้าง ที่จะเข้าโหมดต่างๆ รวมถึงการเข้าหน้าการควบคุมเพลงสำหรับรุ่นนี้ด้วย และคงใช้สำหรับการเข้าใช้งานการฟังเพลงในรุ่นอื่นๆ ที่มี Music ด้วย เช่น Fenix 5S Plus หรือ Vivo Active 3 Music โดยยังมีปุ่ม Light อยู่ด้านซ้ายบนสุด ปุ่มควบคุมทิศทางด้านบน ถ้ากดค้างเอาไว้ เพื่อเข้าโหมดการตั้งค่า ส่วนปุ่มทิศทางด้านล่าง หากกดค้างไว้ก็จะเข้าสู่โหมดเพลง แต่การเข้าสู่โหมดเล่นเพลงคือต้องเชื่อมต่อหูฟัง bluetooth ด้วยนะ ส่วนด้านขวาก็จะมีปุ่ม Start/Stop และปุ่ม back ตามสูตรปกติ คนใช้งาน Garmin น่าจะคุ้นเคยกันดี


ส่วนของตัวเซ็นเซอร์คือใช้แบบ วัดอัตราการเต้นหัวใจที่ข้อมือด้วยเทคโนโลยี Garmin Elevate มีสามดวง ตามปกติ ส่วนการชาร์จหรือการโอนถ่ายข้อมูลก็ใช้หน้าสัมผัสแบบ 4 จุด ดูแล้วน่าจะใช้สายได้กับหลายรุ่นเหมือนกันนะ


อีกจุดนึงก็คือการเปลี่ยนสาย ทำได้ง่าย มีตัวล็อคอยู่ตรงด้นาหลัง เป็นอีกเทรนด์นึงที่ Garmin ทำออกมาได้ดี ไม่ต้องใช้ไขควงให้ยุ่งยากเหมือน Forerunner ในเจนเนอเรชั่นก่อนหน้านี้


ส่วนตัวสายรัดก็เป็นวัสดุที่นิ่ม เหมือนเป็นยางยืดหยุ่นได้ดี และกันน้ำกันเหงื่อได้ดีด้วย เพราะเจ้า Forerunner 645 Music อย่างนึงที่ทำได้ก็คือ กันน้ำ และใส่ว่ายน้ำได้นั่นเอง สายรัดข้อมืออันนี้ก็สำคัญเหมือนกัน มันอาจจะเปื่อยได้ เพราะเคยใช้ Forerunner 235 สรุปคือตัวรัดสายขาดไปสองสามเส้นเลยทีเดียว ผมว่าอันนี้มันน่าจะทนใช้ได้เลยล่ะ

มาดูหน้าเมนูทั่วไป กันหน่อย

ตัวเมนูทั่วๆ ไป หน้านี้คือ watch face สามารถเปลี่ยนได้หลายแบบ สามารถดาวโหลดเพิ่มได้โดยการเชื่อมต่อกับ Smartphone ผ่าน Connect IQ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีมานานแล้วนะครับอันนี้ผมว่าน่าจะทำกันเป็นไม่น่ายาก


ด้านการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ สามารถวัดได้ทั้งวัน ทั้งกลางวันกลางคืน ใส่นอนก็ได้ ตัวหน้าปัทม์ จะแสดงข้อมูลเฉพาะ 4 ชั่วโมงย้อนหลังและดู RHR เฉลี่ยให้เราได้ด้วย ดูว่าหัวใจเราเต้นเท่าไหร่ได้เลย

หน้าสถานะฝึก ซึ่งเจ้า Forerunner 645 Music สามารถประเมินความฟิตให้เราได้นะ และมีค่า Vo2Max  การฟื้นตัว แนะนำเราได้ รวมถึงยังประมาณการวิ่ง ในระยะต่างๆ ให้เราด้วย แต่อันนี้คือโอเว่อร์จริงๆ

หน้าของการจับการนับก้าวในแต่ละวัน ก็มีรายละเอียดและแสดงผลได้แจ่มเหมือนเดิม

หน้าถัดมาคือเรื่องการฟังเพลง ซึ่งสามารถเก็บเพลงได้ถึง 500 เพลง ยังไงก็คงเก็บกันไม่ถึงอยู่แล้ว ส่วนนึงคือเรื่องเพลงนี่ สมัยนี้ส่วนใหญ่จะสตรีมมิ่งกันหมด โดยผ่าน Smartphone ซึ่งเจ้า Forerunner 645 Music รุ่นนี้ออกมาตอบโจทย์ของคนที่วิ่ง และชอบฟังเพลง โดยไม่ต้องพก Smartphone ติดตัวไปด้วยให้หนัก หรือแกะกะ อันนี้ก็แล้วแต่ เพราะบางคนอาจจะชอบพก Smartphone ติดตัวไปด้วยเพื่อใช้ถ่ายรูป ส่วนการโอนถ่ายเพลง สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้เลย โดยมีโหมด MTP โหลดเพลงเข้าไปตรงๆ หรือจะผ่านโปรแกรม Garmin Express ก็ได้ โดยเบื้องต้นคือ การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ที่เจออาการ บน Forerunner 645 Music จะขึ้นว่าสายที่เราใช้ไม่รองรับ แต่ก็ยังโอนถ่ายเพลงได้ ซึ่งการโอนถ่ายตรงนี้ไม่ยาก แต่ก็เห็นฟีดแบ็คว่าบางคนก็มีปัญหาเช่นกัน แต่ของผมคือใช้งานได้ปกติ นอกจากนั้นยังโหลดเพลงผ่านแอปเล่นเพลงได้ด้วยเช่น KKBox แต่น่าเสียดายที่เค้าเลิกให้บริการในไทยไปแล้ว ถ้าจะใช้ฟีเจอร์นี้คงต้องใช้ที่ต่างประเทศ

การแจ้งเตือนต่างๆ ก็โชว์พวก Noti บน Smartphone จัดเต็มได้ครบ

ต่อไปคือสภาพอากาศ อันนี้ถ้าเชื่อมต่อกับ Garmin Connect บน Smartphone แล้วล่ะก็ มันจะซิงค์ข้อมูลสภาพอากาศมาโชว์เลย

ฟีเจอร์ อื่นๆ อีกเพียบ เช่นการค้นหาโทรศัพท์ตัวเอง จริงๆ เจ้า Forerunner 645 Music นี่รองรับ wallet ด้วยนะ สำหรับใช้จ่ายเงินแบบใช้ทาบเครื่องรูดได้เลย แต่แบบว่าระบบของ Garmin คงจะยังไม่พร้อมง่ายๆ เพราะอย่าง Apple Watch เองก็ยังไม่เกิดในบ้านเราเลย มีแต่ต่างประเทศที่ใช้งานกัน เรื่องจับเวลา การตั้งการรบกวน ตรงนี้น่าจะได้ใช้งานกันบ้าง เราสามารถกดปุ่ม Light ค้างไว้เพื่อเข้ามาเลือกฟีเจอร์อื่นๆ ตรงนี้ได้เลย

มาดูฟังก์ชั่นด้านกีฬากันมั่ง

ด้านฟังก์ชั่นกีฬา คือรองรับกีฬาหลักอยู่แล้วครบถ้วน แต่จะขาดก็คือ Open Water หรือใครที่จะไปไตรกีฬา รุ่นนี้คงต้องพับไป เพราะไม่มีโหมด Tri ให้ ต้องขยับไปรุ่นสูงกว่านี้ ซึ่งรุ่นนี้เอาจริงๆ คือเน้นเรื่องของการซ้อมเสียมากกว่า และเน้นกีฬาเฉพาะประเภทไปเลย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ปั่น ว่าย ที่ให้รายงานการออกกำลังกายด้านต่างๆ ได้ครอบคลุมมากกว่า Forerunner รุ่นต่ำกว่า  ส่วนการจับ GPS ก็ต้องยกให้เขา เพราะเขาเด่นด้านนี้มานาน จับได้ไวดี ซึ่งจับสัญญาณ GPS และ GLONASS รองรับครบ  ที่เหลือก็คงเป็นพวกหน้าจอต่างๆ รายละเอียดปลีกย่อยอีกเพียบเลย แต่แค่นี้ก็น่าจะพอเป็นข้อมูลได้บ้างแล้วล่ะ ว่ามันทำอะไรได้บ้าง

มาลองใช้งานจริงจังกันหน่อย

ส่วนตัวผมเอง ก็ได้โอกาสจับเอาเจ้า Forerunner 645 Music ไปใช้งานจริง ในที่นี้คือลงงานแข่งด้วย โอกาสดี เลยเอาประสบการณ์มาบอกเล่ากันสักหน่อย พร้อมทั้งตัวอย่าง ทั้งวิ่ง ปั่นว่าย

ได้เอาเจ้า Forerunner 645 Music ไปลงงาน 21K งานนาวิกโยธินมาด้วย ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ในการทดสอบ ซึ่งบอกตรงๆ ว่า ยังไม่เชี่ยว โดยเฉพาะการตอนโทรลการฟังเพลง ในระหว่างทางคือเพลงดับไป แล้วตอนแรกคือไม่รู้ว่ากดปุ่มค้างเพื่อเข้าไปคอนโทรลเพลงต่อได้ ก็ไม่ได้สนใจเพราะเราเน้นเรื่องวิ่ง ก็อาจจะตั้งค่าเอาไว้ว่าเล่นแค่ครั้งเดียวแล้วหยุด ทำให้เกิดปัญหาตรงนี้ แต่หลังจากเอามาใช้งานประจำวัน และวิ่งฝึกซ้อม ก็เคลียร์ไป สบายๆ วิ่งไป ไม่ต้องพก Smartphone ฟังเพลงโปรดได้สบาย

ตรงอีกหนึ่งจุดดีเรื่องของสถิติ หากเราใช้งานอย่างต่อเนื่องและมีการทำลายสถิติได้ เจ้า Forerunner 645 Music จะโชว์รายละเอียดมาให้เราครบเลย ตัวอย่างนี้คือเพิ่งเอามาใช้วิ่งเป็นงานแรกสำหรับรุร่นนี้ ทำให้ได้สถิติใหม่มาเต็มเลย รวมถึง มีบอกเวลาพักฟื้นด้วย ซึ่งเราจะได้รู้ว่าควรพักฟื้นประมาณกี่ชั่วโมงแล้วจึงจะไปฝึกต่อ เพื่อลดภาระที่จะเกิดกับร่างกาย

เรื่องการว่ายน้ำ รองรับการกันน้ำ 100% ใส่ว่ายน้ำกันไปยาวๆ มั่นใจได้แน่นอน ซึ่งรองรับถึง 5ATM หรือประมาณ 50 เมตร ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย ไม่ว่าจะแอคทิวิตี้ไหนๆ ในชีวิตประจำวันคือจัดการได้หมด

การว่ายน้ำเท่าที่ใช้งานคือ ยังคงเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้ที่เจออาการเพี้ยน หรือระยะทางไม่ตรง จากการว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์ปกติ ไม่มีการหยุดพักระหว่างการว่าย แต่อาจจะหยุดตรงขอบสระเพื่อกลับตัว โดยใช้เวลาไม่นาน และสระมาตรฐาน 25 เมตร มีการตั้งค่าตรง ซึ่งก็ยังเป็นที่น่าแปลกใจว่า การเช็คในส่วนของ Gyroscope (เครื่องวัดการหมุนและการทรงตัว) ที่ตั้งค่ามาในรุ่นนี้หรือหลายรุ่นของ Garmin มีการตรวจสอบได้ดีแค่ไหน เพราะทดสอบหลายครั้งระยะทางก็ยังไม่ตรงกับที่ว่ายจริงสักทีเดียว ซึ่งหลายๆ คนก็มักเจอลักษณะนี้เช่นกัน แต่เอาเป็นว่าสามารถใส่ว่ายน้ำและได้รู้ข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมและสามารถนำมาพัฒนาทักษะการว่ายของเราได้

ขอข้ามเรื่องการปั่นไปในส่วนของตัวอย่างรายงานกันเลยก็แล้วกันครับ ไม่ได้จับภาพไว้ เพราะไม่สะดวกจับภาพระหว่างปั่น ปกติจะปั่นจักรยานไปจอดเพื่อขึ้นรถไฟฟ้าอยู่แล้ว แต่ก็เป็นระยะทางสั้นๆ

ตัวอย่างรายงาน วิ่ง ปั่น ว่าย

 

สุดท้ายคือเรื่องแบตจากที่ใช้งานคือวิ่งบ้าง ปั่นบ้าง ว่ายบ้าง ฟังเพลงบ้าง พร้อมทั้งเปิด notification เต็มๆ ก็อยู่ได้ราวๆ 4 วัน ตามสเปคคือทั้งเปิดเพลงและ GPS จะได้ 5 ชั่วโมง ซึ่งก็น่าจะประมาณนั้น ข้อดีเลยก็คือ เมื่อแบตขนาดเล็ก ผมก็ไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่ แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ แบตก็ชาร์จเต็มเร็ว นับว่าเป็นข้อดีอันนึงที่ผมชอบเลย ชาร์จแป๊ปเดียวก็เอาไปใช้งานต่อได้แล้ว

 

สรุปการใช้งาน Garmin Forerunner 645 Music

ถือว่า Garmin Forerunner 645 Music  เป็นรุ่นที่ครบเครื่องเรื่องกีฬา พร้อมกับการฟังเพลง ไม่ต้องพก Smartphone ติดตัว รองรับกีฬาแบบมัลติสปอร์ต ครบเครื่อง แต่ยังไม่เหมาะกับคนที่ไปแข่งขันแบบไตรกีฬา เรื่องแบตถือว่าแบตอึดน้อยกว่ารุ่นอื่นๆ ของ Garmin เนื่องจากมีเรื่องของการฟังเพลงเข้ามาด้วย หากไม่ได้ใช้การฟังเพลงก็ยังอึดอยู่ได้ประมาณอาทิตย์นึง ก็ยังเหมาะกับการเป็นนาฬิกาสำหรับออกกำลังกาย การกันน้ำก็กันได้แน่นอน ตัวขอบสแตนเลสสตีลทำให้ตัวเรือนดูสวยงามแต่ก็อีกนั่นล่ะ หากเป็นรอยก็จะหมดสวย สรุปความคุ้มค่ากับค่าตัวของ Garmin Forerunner 645 Music แล้วล่ะก็ ก็อยู่ที่การใช้งานแล้วล่ะ เพราะบ้างก็บอกว่าแพง ควรเขยิบขึ้นไป Garmin Forerunner 935 ที่ลดราคาลงมาแล้ว แต่ก็จะไม่ได้เรื่องการฟังเพลง ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นอาจจะต้องเทียบกับ Garmin Forerunner 645 ปกติ ที่อยู่หมื่นกลางเท่านั้น ยังพอมีระยะห่างให้ตัดสินใจได้ กับราคาค่าตัวที่ 16,900 บาท และ 14,900 บาท

ขอบคุณ Garmin Thailand ที่ให้ยืมอุปกรณ์ทดสอบ

ถูกใจบทความนี้  26