รีวิว plantronics BackBeat GO 605 กระหึ่มเต็มใบหู

plantronics หนึ่งในผู้นำด้านหูฟังไร้สายที่มีการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีใหม่ๆ มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้ตลอดทุกปี หลากหลายรุ่นหลายซีรีส์ และซีรีส์ BackBeat เป็นซีรีส์ที่เน้นด้านความบันเทิงเป็นหลัก และในปีนี้เอง ที่มีการปรับให้ BackBeat GO ขึ้นมาเป็นหูฟังไร้สายแบบครอบหู หรือ Over-Ear ซึ่งยังคงคอนเซ็ปท์เดิมคือ GO พร้อมใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา และมาพร้อมกับพลังเสียงและการสวมใส่ที่สบาย รวมถึงการออกแบบที่เหมาะกับการใช้งานในทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และวันนี้ผมจะพามารู้จักกับ BackBeat GO 605 กันครับ

อย่างที่เกริ่นล่ะครับว่า BackBeat GO 605 เป็นหูฟังไร้สายแบบครอบใบหูแบบเต็มใบหูเลย ทำให้การใช้งานเรื่องพลังเสียงคงไม่ห่วงเลย งานนี้เปิดตัวมาด้วยราคา 3,990 บาท ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่โดนใจคนวัยทำงานรวมที่รักในเสียงเพลง ไม่แค่นั้น ยังตามเราไปได้ทุกที่ คล้องคอติดตัวไปฟังเพลงระหว่างวัน สามารถรับสายได้ ใส่ขึ้นรถไฟฟ้าฟังเพลง หรือดูหนังไปพลางๆ ผ่าน Smartphone พอถึงออฟฟิศกลายร่างเป็นการใช้งานผ่านสายหูฟัง 3.5 มม. โดยเสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ฟังเพลงไปทำงานไป กลางวันก็นั่งเล่นเกมในโหมดไร้สายต่อ กระหึ่มสะใจ ไม่ว่าจะ ROV หรือจะ PUBG ได้ผ่อนคลายจากงานได้เต็มที่ ตกเย็นก็คล้องคอไปเดินช้อปปิ้งก่อนกลับบ้าน ที่จะมานั่งดูหนังต่อก็ยังสามารถใช้งานเจ้า BackBeat GO 605 ได้ จัดไปจนก่อนนอน หากใครมีกิจกรรมเรื่องฟังบทสวดมนต์ หรือจะเป็นคลื่นเสียงที่ปรับด้านสมองก็ใส่ไปจนกระทั่งหลับได้เลย เรื่องแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาววันนึงสบายๆ แน่นอน

สเปคของ BackBeat GO 605

ModelBackBeat GO 605 – Black
Bluetooth technologyBluetooth 4.1, HFP 1.6, HSP 1.2, A2DP v1.2, AVRCP v1.4
Standby timeUp to 20 days
DeepSleepUp to 6 months
Speaker driver size40 mm with bass tube design
Frequency response50 – 20,000 Hz
Sensitivity92 dBPL
Impedance (Ohm)32 ohm
Harmonic distortion<3%
Passive noise cancelationOver-ear memory-foam earcup padding
Weight175 g
Roaming range10 m/33 ft
Audio CodecCustom SBC codec
Time to charge (zero battery to full)90 minutes
Number of micsSingle, wideband-enabled mic
Multi-pointTwo devices can be connected simultaneously

 Feature เด่น

– ที่ครอบหูฟังเมมโมรี่โฟม น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย
– สามารถปรับตั้งค่า EQ เพื่อเพิ่มเสียงเบสได้
– ฟังเพลงแบบไร้สายได้ไกลสูงสุด 10 เมตรเมื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่รองรับ
– วางจำหน่ายทั้งหมด 4 สี คือ Navy, Grey, Black และ Khaki
– วางจำหน่ายในราคา 3,990 บาท

   แกะกล่องและดูรายละเอียดรูปทรง

สำหรับ BackBeat GO 605 มาพร้อมกล่องที่บางมาก ตัวกล่องมีรายละเอียดฟีเจอร์เด่น สรุปเอาไว้พร้อม


โดยผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการคือ Systems2000 มีแปะสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงเอาไว้ด้วยนะครับ สังเกตุตรงนี้ก็ได้


และอย่าลืมว่า plantronics มีแอป Plantronics Hub สำหรับช่วยเรื่องการเชื่อมต่อกับ Smartphone ซึ่งรองรับทั้ง Android และ iOS โหลดฟรี


แกะกล่องออกมาจะมีถุงผ้าสำหรับใส่พกพาติดมาให้ด้วย รวมถึงอุปกรณ์ที่มีใ้หจะมีทั้งสาย USB สำหรับชาร์จ และสายเสียบหูฟังเผื่อใช้ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ หรือ Smartphone และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น


สำหรับเจ้า BackBeat GO 605 เป็นรุ่นที่จำหน่ายในบ้านเรา ซึ่งจริงๆ เค้าเรียกรวมกันว่า BackBeat GO 600 Series ล่ะครับ มีให้เลือก 4 สี Navy, Grey, Black และ Khaki ซึ่งสีที่เห็นอยู่นี่คือ Nany ครับ โดยมีราคาค่าตัวที่ 3,990 บาท

โดยตัว driver มีขนาด 40มม. ถือว่าใหญ่ และพลังเสียงกระหึ่มอย่างแน่นอน ซึ่ง BackBeat GO 605 ใช้งานได้ทั้งโหมดไร้สาย และมีสาย ตามการใช้งานในชีวิตปัจจุบัน นอกจากนั้นยังฟังเพลงได้ยาวนานถึง 18 ชั่วโมงเลยทีเดียว และสามารถสแตนบายในโหมด deep sleep ได้ 6 เดือน ปัญหาเรื่องแบตเสื่อมจากการไม่ได้ใช้งานก็หมดไป ข้อกังวลนึงของหูฟังไร้สายก็คือแบตเตอรี่ซึ่ง plantronics ทำการบ้านตรงนี้มาได้ดีอยู่แล้ว รวมถึง BackBeat GO 605 รุ่นนี้ก็เช่นเดียวกัน และยังสามารถปรับเพิ่มเบสได้ทันทีจากปุ่มด้านล่างเพียงปุ่มเดียว จัดเต็มให้ทันที


ส่วนอีกด้านนึงมีทั้งปุ่มเร่ง ลดเสียง ที่ออกแบบมาให้กดได้ง่าย มีพอร์ท micro USB สำหรับชาร์จแบต และช่องเสียบหูฟัง 3.5 นิ้ว รวมถึงสามารถควบคุมการเล่นเพลงได้ทันทีผ่านปุ่มตรงหูด้านนี้


วัสดุที่ใช้ เป็นเมมโมรี่โฟมอย่างดีนุ่ม ใส่แล้วไม่เจ็บหูหรือศรีษะอย่างแน่นอน น้ำหนักเบา และตัวหูฟังทั้งสองด้านที่เป็นลักษณะถ้วยครอบหูเราแบบเต็มๆ ทำให้พลังเสียงที่ส่งออกมากระหึ่มมาก



ส่วนก้านสำหรับครอบศรีษะก็ออกแบบมาได้สวยงามดีครับ มี PLT สกรีนติดอยู่ และสามารถปรับขยายให้เข้ากับขนาดศรีษะได้ทุกขนาด

สามารถดูภาพมุมต่างๆ เพิ่มเติมได้

 

การเชื่อมต่อและใช้งานแบบไร้สาย


ข้อดีของ BackBeat GO 605 ก็คือ ใช้งานแบบไร้สายได้ไกลถึง 10 เมตร และสามารถจับคู่กับ Smartphone ได้ 2 เครื่อง และสามารถทำงานพร้อมกันได้ กล่าวคือจับคู่ทิ้งไว้ ถ้าอยากจะหยิบเครื่องไหนขึ้นมาใช้งาน ก็จะสามารถกดใช้งานได้ทันที ถ้าอยู่ในระยะที่มีการเชื่อมต่อกันค้างไว้ แต่ฟังเสียงเพลงพร้อมกันไม่ได้นะครับ ยังไงก็ต้องฟังหรือใช้งานทีละเครื่อง แต่การสลับเครื่องทำได้รวดเร็วกว่า เปิดเพลงอีกเครื่องนึงฟังอยู่ และมีสายเข้าอีกเครื่องนึง ก็สามารถกดรับได้ทันที และเมื่อคุยสายเสร็จ ก็สามารถฟังเพลงจากเครื่องเดิมต่อได้ทันทีเช่นเดียวกัน เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ ที่ผมว่าได้ใช้งานอย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันส่วนใหญ่เราน่าจะถือ 2 เครื่อง แยกกันทำงาน หรือไม่ก็ระบบ Android 1 เครื่อง และระบบ iOS อีก 1 เครื่อง แต่ถ้าใครใช้งานเครื่องเดียวก็ได้เช่นเดียวกันไม่มีปัญหาใดๆ การจับคู่ใช้งานคือให้ดันปุ่มไปที่สัญลักษณ์ bluetooth ค้างไว้สัก 3 วินาที ก็จะได้ยินคำเตือนเข้าสู่โหมดจับคู่ ไฟก็จะกระพริบสลับไปมาระหว่างสีน้ำเงินและสีแดง เมื่อเชื่อมต่อเสร็จแล้ว ก็สามารถเชื่อมต่อเครื่อง Smartphone เครื่องถัดไปได้เลย


BackBeat GO 605 สามารถใส่ติดตัวไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้ทุกที่ ทุกเวลา คล้องอติดไปได้เลย หรือจะใส่ถุงหิ้วที่แถมมาให้ในกล่องก็ได้



ถึงแม้ว่า BackBeat GO 605 จะมีตัวไดรเวอร์ขนาดใหญ่ แต่ก็สามารถใช้ฟังเพลงได้ทุกแนว ตอบโจทย์ได้ครบ ไม่ว่าจะเป็นเพลงป๊อป เพลงร็อค อัลเทอร์ ได้หมด หนุ่มใหญ่ หรือสาวน้อย ก็สามารถนำไปใช้งาน ตอบโจทย์แอคทิวิตี้ระหว่างวัน รวมถึงสามารถใส่ได้ทั้งวัน พร้อมติดต่อสื่อสารโดยการโทรหรือรับสายได้โดยไม่จำเป็นต้องถอดหูฟังออก ทั้งน้ำหนักและความนุ่มของโฟมทั้งบนตัวคาดศรีษะและครอบหูออกแบบมาได้อย่างลงตัว

สรุปการใช้งาน BackBeat GO 605 

สำหรับ BackBeat GO 605 ราคา 4,000 บาทมีทอน เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีราคาระดับกลาง ไม่ถูกและไม่แพงจนเกินไป  ตัวดีไซน์ออกแบบมาให้ดูลุยได้ง่ายหน่อย มีให้เลือก 4 สี อาจจะไม่ได้ดูหรูหรา แต่ก็ สมชื่อซีรีส์ GO ที่พร้อมใช้งานได้ทุกสถานการณ์ ทุกแอคทิวิตี้ สามารถใช้ฟังเพลงได้ต่อเนื่องถึง 18 ชั่วโมง ซึ่งในการใช้งานจริง ใช้งานยาวๆ ไป 2 -3 วัน จนเราอาจจะลืมชาร์จซะด้วยซ้ำ แต่ชาร์จก็ง่ายผ่านพอร์ท USB คอมพิวเตอร์ที่ทำงานก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 90 นาทีจึงจะเต็ม และสามารถจับคู่กับ Smartphone ได้ 2 เครื่องพร้อมกัน ระยะห่างได้ 10 เมตร อีกต่างหาก สามารถใช้งานในโหมดมีสายก็ได้ ประหยัดแบตไปอีกทางนึง นอกจากนั้นยังสามารถสั่งงานผ่าน Google Assistance หรือ Siri ได้ทันทีเพียงกดปุ่ม Base Boost ค้างไว้ เรื่องพลังเสียงอันนี้คงไม่ต้องห่วง เพราะหูฟังแบบครอบหูจะทำให้เราได้รับอรรถรสในการดูหนังหรือฟังเพลงอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังสามารถกดเพิ่มเสียง bass ได้แค่กดปุ่มเดียวเท่านั้น ให้เหมาะกับเพลงหรือหนังที่ดู หรือจะปรับมาเป็น balace mode ก็สลับได้เพีงแค่กดปุ่มเดิมเช่นกัน เสียงในย่านต่างๆ ทุ้ม แหลม กลาง ก็เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน ฟังเพลงได้ทุกแนว ลงตัวด้านความบันเทิง แต่สิ่งที่อาจจะติดอยู่นิดนึงคือเรื่องการพกพาที่เนื่องจากหูฟังเป็นลักษณะครอบหู ทำให้เวลาคล้องคอจะดูเทอะทะไปสักนิดนั่นล่ะครับ

พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อราคาเต็มสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ Full Price Privilege ขยายระยะเวลาประกันเพิ่มเป็น 2 ปี สามารถลงทะเบียนได้ที่ http://www.systems2000.co.th/warranty/

บทความนี้เป็นบทความ Advertorial

ถูกใจบทความนี้  3

ใส่ความเห็น