Device Review: รีวิว Samsung Galaxy Fold แบบบ้านๆ ใช้งานในชีวิตประจำวัน

Device Review: รีวิว Samsung Galaxy Fold แบบบ้านๆ ประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวัน

หลังจากผมได้เครื่อง Samsung Galaxy Fold มาได้ประมาณ 5 วัน ก็ได้เวลามาแชร์ความรู้สึกการใช้งานจริงๆ ว่ามันเหมาะไหมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน กับ Samsung Galaxy Fold มือถือหน้าจอพับได้ที่วางจำหน่ายจริง เครื่องแรกของโลก เรามาดูกันตั้งแต่แกะกล่องที่จำหน่ายจริงในประเทศไทยกันครับ

……..

ต้องเกริ่นก่อนว่า Samsung Galaxy Fold ได้ปรากฎตัวอย่างไม่เป็นทางกลางเมื่อปลายปี 2561 และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางกลางในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 ในงานเดียวกับ การเปิดตัว Samsung Galaxy S10 โดยตอนแรกกำหนดการจะวางจำหน่อยประมาณปลายเดือนเมษยน และได้แจกเครื่องให้ Blogger ชื่อดังในสื่อต่างประเทศรีวิวการใช้งาน  แต่ก็เกิดปัญหาต่างๆ นาๆ กับการใช้งานโดยเฉพาะกับหน้าจอ จนในที่สุด ทาง Samsung ได้ยกเลิกการวางขายและเรียกเก็บเครื่องทั้งหมดเข้ามาปรับปรุงพัฒนาแก้ไขข้อบกพร่องจนในที่สุดก็มาเปิดตัวอีกรอบในวันที่ 6 กันยายน 2562 ที่ประเทศเกาหลีใต้ และในที่สุดก็เปิดจองที่ประเทศไทยวันที่ 10 ตุลาคม 2562 และเพียง 2 ชั่วโมง Samsung Galaxy Fold ล๊อตแรกที่เข้ามาในไทยจำนวน 100 เครื่องก็ถูกจองจนหมด โดยราคาที่ตั้งไว้คือ 69,900 บาท!!!! นับเป็น SmartPhone ที่ราคาที่สุดมากๆ ในยุคนี้ และด้วยความคันที่สะสมมากตั้งแต่เห็นครั้งแรกทำให้ผมอดใจไม่ไหว สะสมเงิน ขายสมบัติที่มี จนในที่สุดก็ได้มาอยู่ในมือผมจนได้ ฮ่าๆๆๆๆ ไปดูเจ้า Samsung Galaxy Fold กันเลยครับ

กล่องและอุปกรณ์ภายใน

กล่องด้านในอีกชั้นนึง

คำเตือน การใช้งานหน้าจอใน

ผมได้จองเครื่องสี Space Silver อุปกรณ์ภายในกล่องก็เป็นสีขาวครับ เครื่องราคาระดับนี้ ทาง Samsung ก็เลยให้ Samsung Galaxy Buds มาให้แทนหูฟังที่มีสาย USB-C

 

หัวชาร์จที่ได้มาจะเป็น Fast Charge 2.0 15W เป็น Technology เดียวกับ Galaxy S10 ตามหลัง Technology ของ Note10 ซึ่งออกมาที่หลังพร้อมกับ Super Fast Charge 45W จะเป็นสาย usb-c  ทั้ง2ทางเลย ก็ต้องเข้าใจเค้าเพราะเค้าผลิตมาพร้อมกับ S10 เลยจำต้องใช้ Technology เดียวกัน

เคสลาย Kevlar ที่แถมมาในกล่อง ออกแบบมาสวยงามบางเบาแต่เมื่อใส่แล้ว ไม่ช่วยป้องกันกรอบเลนส์กล้องหลังเลย น่าเสียดายมากๆ เนื่องจาก ตัวเครื่องหนาอยู่แล้ว คาดว่าทางฝ่ายออกแบบเลยต้องพยายามไม่เพิ่มความหนาของตัวเครื่องเมื่อใส่เคส ผลที่ออกมาก็เลยเป็นดังเช่นในรูปครับ

  

ตัวเครื่อง

มาดูการออกแบบของตัวเครื่องกันต่อครับ  ด้านหน้าจอของ Galaxy Fold ก็จะมีหน้าจอเล็กๆ ขนาด 720×1680 วัดทะแยงมุมได้ 4.6” ในสัดส่วน 21.9 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ประหลาดมากๆ ในยุคนี้ เพราะมันเล็กมากๆ แต่มันออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานมือเดียวได้ค่อนข้างถนัด ทั้งๆ ที่ผมเองเป็นคนมือเล็ก แต่ก็ยังใช้งานแบบทั่วไปได้สะดวก เช่นการโทร หรือ เข้า Facebook ดู Line ดูผ่านๆ และ ถ่ายรูป

ด้านจอหน้านี้จะมีกล้อง 1 เลนส์ ความละเอียด 10 MP , f/2.2

ด้านหลังของเครื่อง Space Silver จะเป็นสีเงินเงาๆ เหมือนกระจก แต่ไม่สะท้อนแสงเหมือน CD เหมือนของ Note10 ที่เป็นสี Aura Glow และมันเรียกรอยนิ้วมือง่ายสุด แต่นิดหน่อยก็เป็นรอยนิ้งมือเต็มไปหมดละครับ แต่ถามว่าสวยมั้ย ก็ต้องบอกว่าสวยมากๆ

 

กล้องหลัง มี 3 เลนส์ ประกอบไปด้วย

1.เลนส์ไวด์  Ultra-wide-angle16 MP, f/2.2

2.เลนส์ซูม Telephoto 12 MP, f/2.4, 2X Optical zoom

3.เลนส์ Dual-Aperture ที่มีค่า f/1.5 และ f/2.4

 

ที่สันขอบของตัวเครื่องที่เป็นด้านบานพับของตัวเครื่องสี Space Silver จะเป็นสีเงินด้านๆ นิดๆ ไม่ถึงกลับเงาเหมือนด้านหลังเครื่อง เลยทำให้เห็นรอบนิ้วมือไม่ชัดมาก

 

ขอบอีกด้านของตัวเครื่องที่เป็นด้านที่จะเปิดหน้าจอด้านในก็จะมี ปุ่มปรับระดับเสียง ปุ่มเปิดปิดเครื่อง และ แถบสแกนนิ้วมือ

ซึ่งตำแหน่งสแกนนิ้วตรงนี้ก็จัดวางในตำแหน่งที่ค่อนข้างถนัดมือทีเดียว สามารถสแกนได้โดยง่ายดาย

พับเปิดเครื่องมาดูหน้าจอด้านใน จะเป็นหน้าจอแบบ Dynamic AMOLED , HDR10+ เป็นหน้าจอพับได้ทำมาจาก Plastic Polymer ชนิดใหม่ ที่สามารถพับได้ และเคลือบด้วยฟิลม์ป้องกันอีกชั้น โดยมีขนาด 1536×2152 วัดทะแยงมุดได้ 7.3” ในสัดส่วน 4.2:3  ซึ่งก็เป็นสัดส่วนที่ไม่ค่อยจะคุ้นตาเท่าไร แต่ก็สามารถถือมือเดียวได้อยู่ และแสดงผลได้เต็มตาดี

 

ด้านในนี้จะมีกล้อง 2 ตัวความละเอียด 10MP , f/2.2 และ 8MP RGB Depth Sensor ที่ช่วยในการถ่ายรูป Selfie แบบ Live Focus และ สามารถถ่ายมุมกว้างได้อีกด้วย

จอด้านในนี้ ทาง Samsung เขียนเตือนไว้ว่าไม่ควรจะติดฟิลม์อะไรอีก ความเห็นส่วนตัว คิดว่ามันก็น่าทนในระดับนึง เรื่องแตกนี้คงไม่แตกเพราะไม่ได้ทำด้วยกระจก แต่น่าจะเป็นรอบได้ง่ายกว่ากระจก ในรีวิวจากสื่อนอกมีการทดลองกดด้วยเล็บ ก็ทำให้เกิดรอยได้อยู่ แต่ต้องออกแรงกดหนักอยู่ ดังนั้นการใช้งานทั่วไปๆ เราใช้นิ้วแตะ ก็ไม่น่าจะทำให้เกิดรอยได้ง่ายนัก เท่าที่ใช้งานมา 5 วันก็ยังไม่เห็นรอย

ไปดูส่วนบานพับใกล้ๆ จะเห็นได้ว่าทาง Samsung ออกแบบมาสวยงามมากๆ ดูแข็งแรงดีครับ เท่าที่เค้าโฆษนาว่าสามารถพับได้ 200,000 ครั้งเลยทีเดียว เรื่องนี้ก็ต้องรอดูต่อไปครับ ถ้ามองใกล้ๆ จะยังรูเล็กๆ ตรงนี้แหละครับ ที่เค้าให้ระวังทราย หรือ เศษอะไรก็แล้วแต่จะเข้าไปในนี้ทำความเสียหายกับหน้าจอได้

การใช้งานทั่วไป

1.สิ่งแรกที่จับเครื่องแล้วรู้สึกได้เลยก็คือ เครื่องหนักแฮะ ด้วยน้ำหนัก 263 กรัม ถึงแม้ว่าจะหนักว่า Galaxy Note10Plus ที่มีน้ำหนักที่ 196 กรัม ต่างกันครึ่งขีดนิดๆ แต่พอจับแล้ว รู้สึกว่า Galaxy Fold หนักเอาเรื่อง อาจจะเพราะ Galaxy Note 10 plus มีขนาดตัวที่ใหญ่กว่า มันเลยกระจายน้ำหนักได้ดี เมื่อเทียบกับ Galaxy Fold เมื่อพับปิด ตัวเครื่องกระจายน้ำหนักได้ไม่มาก มันเลยเป็นแท่งๆ รู้สึกหนักๆ แต่เมื่อพับหน้าจอกางเปิดมาก็จะรู้สึกเบาลงกระจายน้ำหนักได้กระจายออกไป

 

2.Galaxy Fold มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9.0 ครอบด้วย One UI version 1.5 สาย Samsung อย่างผมใช้งานได้คุ้นมือเหมือนเดิม

 

2. หน้าจอแรก : เนื่องด้วยหน้าจอเล็กมาก ถ้าพิมพ์ภาษาอังกฤษยังพอไหว แต่พอพิมพ์ภาษาไทยที่มีอักขระเยอะหน่อย เลยทำให้มันเป็นพิมพ์ยากมากๆ เพราะ Layout มันก็จะเล็กมากๆ ไปด้วย

แต่ปัญหานี้ก็สามารถแก้ไขได้การลงคีย์บอร์ดของ Google คือ Gboard ทำให้ Layout ของ Keyboard ใหญ่ขึ้น และสามารถใช้เสียงสั่งพิมพ์ได้อย่างแม่นยำ ( Keyboard ของ Samsung ไม่สามารถสั่งพิมพ์ด้วยเสียง)

โดยหน้าจอด้านหน้า กับ หน้าจอด้านใน สามารถตั้งค่าการแสดง Wallpaper และ Lockscreen ได้อย่างอิสระ คือ เราสามารถตั้งค่าด้านหน้าเป็นรูปนึง ด้านในเป็นอีกรูปนึงได้ และ การแสดง icon ก็อิสระเลยครับ หน้าจอเป็นแบบนึง ในจอแสดง icon หรือ widget ได้ตามใจเลยครับ แต่เวลาเราตั้งค่า Theme มันจะเปลี่ยน Theme ทั้งจอหน้าและจอใน

 

3. การแสดงผลหน้าจอหน้าและหน้าจอด้านใน : เปิดกางหน้าจอมา ก็จะกลายเป็น mini tablet เข้าโปรแกรมต่างๆ แสดงผลได้เต็มตาอีกครับ เช่น Facebook และ Instagram แต่ถ้าเป็นเกม การแสดงผลก็จะออกมาแปลกๆ แล้วแต่โปรแกรม บางโปรมแกรมก็ยังโอเค แต่บางโปรแกรมมันก็จะแปลกตาไปหน่อย

Instagram เมื่อเทียบกับ Galaxy Note 10 Plus มันก็จะเต็มตากว่าเยอะ

การแสดงผลของโปรแกรม Youtube แบบแนวนอน ก็มีขอบดำ ทั้งบนและล่างเยอะหน่อย เทียบกับ Note10 Plus ที่มีขอบดำที่ด้านข้างซ้ายขวาแทน

การแสดงผลของโปรแกรม Netflix เต็มจอ และ ซูม(รายละเอียดหายไปเยอะ)

4. Samsung Keyboard ด้านจอใน ก็จะแสดงผลแบบ Split ซ้ายขวา สามารถพิมพ์ง่ายดี ใช้เวลาปรับตัวหน่อยก็พิมพ์ง่ายขึ้น หรือจะเอาแบบไม่แยกก็ได้แต่อาจจะพิมพ์ยากหน่อย Sumsung Keyboard ไม่รองรับการใช้งานแบบ พิมพ์ด้วยเสียงได้ ผมเลยลง Gboard ปรากฏว่า Keyboard ไม่ได้ออกแบบมาแบบ Split ได้ ก็เลยแสดงผลแบบปกติ ก็จะพิมพ์ยากหน่อยตรงตัวอักษรกลางๆ จอ

5. การใช้งานแบบ Split หน้าจอเปิด 3 แอฟก็ทำได้ง่าย แต่บางแอฟก็ไม่ Support ในการใช้งานแบบ Split

6. Face Recognition และ Finger Scan ทำได้ดีมากๆ สแกนหน้าและสแกนนิ้วได้ไวมากๆ สามารถสแกนหน้าได้ไม่ว่าจะวางเครื่องแนวตั้งแนวนอนหรือแม้กระทั้งกลับหัว กล้องก็สามารถจับหน้าเราได้ ส่วนการสแกนนิ้ว แตะเป็นติด

7. ความจุของแบตเตอรี่ของ Galaxy Fold ให้มาที่ 4380 mAh ซึ่งเยอะกว่า Note10Plus ที่ให้มาที่ 4300 mAh นิดหน่อย แต่เมื่อกลางหน้าจอเล่นก็ทำให้การใช้พลังงานมากขึ้น เท่าที่ลองใช้งานทั้ง 2 เครื่อง จะรู้สึกว่าแบตของ Note10Plus อึดกว่าชัดเจน แต่ แบตของ Galaxy Fold ก็สามารถใช้งานได้เกิน 12 ชั่วโมงแน่นอน ในใจแอบหวังว่าจะดีขึ้นในอาทิตย์ที่ 2 ของการใช้งาน

8. ลำโพงเป็นแบบ Dolby Atmos Stereo ให้เสียงดังดีมาก ดังกว่า Note10Plus พอสมควรเลยครับ

9. เป็น SmartPhone ที่สามารถวางตั้งได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมฮ่าๆๆ

10. ลืมไม่ได้ครับ สำหรับ wireless power share สะดวกมากๆ สำหรับ สาย Samsung

เรื่องกล้องขอเอายกไปเปรียบเทียบกับ Galaxy Note10Plus ในบทความหน้านะครับ

แถมอีกหน่อยกับการเปรียบขนาดเครื่อง Galaxy Fold กับ Galaxy Note10plus

 

 

สรุปการใช้งานไป 5 วัน

แรกๆ ก็จะรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเท่าไรกับการใช้งานทั้งหน้าจอหน้าและ

หน้าจอใน ทั้งการเปิดการปิดหน้าจอยังเกร็งๆ เสียวๆ สัดส่วนของหน้าจอก็แปลกๆ แต่พอใช้งานไปซัก 2-3 วัน เริ่มคุ้นเคยกับน้ำหนัก คุ้นเคยกับหน้าจอหน้าหน้าจอใน  ยิ่งใช้ยิ่งรัก Galaxy Fold มากขึ้นทุกวัน เมื่อเวลาพับปิดหน้าจอ ถือเครื่องได้ถนัดมือดีมากๆ และเมื่อกางหน้าจอออกมาก็ใช้งานได้เต็มตาดีมากๆ เนื่องด้วย Galaxy

Fold ออกมาจำหน่ายน้อย เลยทำให้หาเคสยากมากๆ เลยต้องสั่งจากนอกสถานเดียว ฟิลม์ด้านในไม่ต้องคิดเลย เพราะติดไม่ได้ ส่วนฟิลม์ด้านนอกสามารถติดได้ แต่ต้องตัดเอาเองเพราะไม่มีร้านไหนมีเลยครับ ไว้เคสมาแล้วจะมารีวิวเพิ่มนะครับ

 

ขอบคุณ PDAMobiz สำหรับพื้นที่ในการแบ่งปันครับ

 

แล้วพบกันใหม่ครับ

 

Tcvaio



ถูกใจบทความนี้  3

ใส่ความเห็น