OPPO เปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟลกชิพใหม่ OPPO Find X2 Series มุ่งเข้าสู่ตลาดไฮเอนด์ระดับโลก

OPPO เปิดตัว OPPO Find X2 Series สมาร์ทโฟนแฟลกชิพรองรับ 5G

 OPPO Find X2 series ที่รวมเทคโนโลยีล้ำสมัยของ OPPO จะวางจำหน่าย 31 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

  • อุปกรณ์ 5G CPE ใหม่ พร้อมที่จะกลายเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ ในยุคของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ
  • “OPPO 5G Landing Project” รวม 11 พันธมิตรทั่วโลก เพื่อเร่งการเปิดตัวของ 5G

 

6 มีนาคม 2563, เซินเจิ้น, ประเทศจีน – OPPO เปิดตัวสมาร์ทโฟน Flagship ใหม่ OPPO Find X2 Series ได้แก่ OPPO Find X2, OPPO Find X2 Pro และ OPPO Find X2 Pro Automobili Lamborghini Edition โดยซีรีส์นี้ เป็นซีรีส์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ OPPO ในด้านสมาร์ทโฟน Flagship ที่รองรับ 5G นอกจากนี้ OPPO ยังเปิดตัว OPPO 5G CPE Omni ซึ่งเป็นอุปกรณ์ Flagship ที่สร้างขึ้นเพื่อส่งมอบ 5G ให้ผู้ให้บริการและลูกค้าในสถานการณ์การใช้งานที่หลากหลาย

ในขณะเดียวกัน OPPO ประกาศพันธมิตรใหม่ในโครงการ “OPPO 5G Landing Project” นำเสนอผู้ให้บริการเครือข่าย 11 รายทั่วโลก เพื่อเร่งการเปิดตัว 5G อย่างเป็นทางการและมอบประสบการณ์ 5G อันน่าตื่นเต้นแก่ผู้ใช้ทั่วโลก

Brian Shen, Vice President และ President of Global Marketing of OPPO กล่าว “การเปิดตัว OPPO Find X2 Series แสดงถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของ OPPO ที่จะก้าวไปสู่ตลาดไฮเอนด์ โดยในปี 2563 เป็นปีที่มีการเปิดตัวด้าน 5G ทั่วโลก เราจึงตั้งใจร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการใช้ 5G  โดยเริ่มต้นจากการตอบสนองความต้องการของผู้คนในชีวิตประจำวัน ซึ่งเรามุ่งมั่นที่จะมอบชีวิตสมาร์ทไลฟ์ให้กับผู้ใช้ทั่วโลก ด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะหลายชนิดที่ตอบสนองความต้องการของผู้คนในทุกสถานการณ์”

OPPO Find X2 series สมาร์ทโฟน Flagship ที่จะมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมเพื่อตอบสนองความต้องการในระดับไฮเอนด์
ด้วยการนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีล่าสุด OPPO Find X2 Series จึงมาพร้อมกับ 120Hz Ultra Vision Screen ที่ให้ความละเอียดระดับ 3K QHD+ พร้อม 120Hz Ultra High Refresh Rate และ 240Hz Touch Sampling Rate ให้ประสบการณ์ที่ไหลลื่นขั้นสุด รวมถึง เป็นแบรนด์แรกที่ขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์ม Qualcomm Snapdragon 865 ที่รองรับ Dual-mode 5G  และมีฟีเจอร์เพิ่มประสิทธิภาพ Smart 5G ของ OPPO ที่จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ 5G โดยรวม นอกจากนี้ยังรองรับ 65W SuperVOOC 2.0 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการชาร์จที่เร็วที่สุดในอุตสาหกรรม ที่จะทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การชาร์จที่เหนือกว่าในยุค 5G

“เราเห็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ ในยุค 5G และการทำงานร่วมกับ OPPO เพื่อเพิ่มศักยภาพที่แท้จริงของ 5G โดยเฉพาะในสมาร์ทโฟน OPPO Find X2 ที่ขับเคลื่อนโดย Qualcomm Snapdragon 865 เป็นอะไรที่คุ้มค่า ชิปรุ่น 865 ถูกสร้างขึ้นด้วย 5G และ AI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม 5G ที่ทันสมัยที่สุดในโลก” ST Liew Vice President of Qualcomm Technologies, Inc. และ President of Qualcomm’s Business ในประเทศไต้หวัน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

OPPO Find X2 series

นอกจากนี้ OPPO Find X2 Pro ยังมาพร้อมกับ Ultra Vision Camera System ที่ทรงพลัง และมีฟังก์ชั่นหลากหลายที่สุดของ OPPO ด้วยการผสมผสานระหว่าง เลนส์ Wide-Angle 48MP, Ultra-Wide-Angle 48MP และกล้อง Periscope Telephoto 13MP ให้ประสบการณ์การถ่ายภาพของคุณไปอีกขั้นอย่างสมบูรณ์แบบ และการใส่เซ็นเซอร์ IMX689 ที่ OPPO กับ SONY  ทำงานร่วมกันเพื่อผลิตเซ็นเซอร์นี้โดยเฉพาะ ทำให้ OPPO Find X2 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกๆ ที่มีความสามารถในการโฟกัสแบบ Pixel Omni-Directional PDAF หรือการจับโฟกัสแบบรอบทิศทาง 100%  พร้อมกันนั้น OPPO Find X2 Pro ยังเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่รองรับการถ่ายภาพแบบ 12 bit

หลังจากการทำงานร่วมกันระหว่าง OPPO Find X Series และ Lamborghini เปิดตัว OPPO Find X2 Pro Automobili Lamborghini Edition ซึ่งเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมที่ได้นำเทคโนโลยีกระจกดูดกลืนความร้อน เพื่อสร้างสัมผัสที่สมจริงและสมูทดั่งการตกแต่งภายใน Lamborghini

OPPO เปิดตัว OPPO Find X2 Pro Automobili Lamborghini Edition

OPPO ยังร่วมมือกับนักแสดงชาวอังกฤษ Eddie Redmayne ในฐานะ Brand Ambassador ระดับโลก โดยคุณ Redmayne มีความสนใจกับงานศิลปะและการแสดงอย่างลึกซึ้ง พร้อมยังมีความกล้าหาญในการลองทำสิ่งใหม่ๆ ซึ่งสอดคล้องกับ OPPO ที่มีการผสมผสานอย่างลงตัวของความพึงพอใจด้านสุนทรียภาพ การแสวงหานวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ

ผลิตภัณฑ์ใหม่ 5G CPE และ OPPO Watch รุ่นแรก สร้างศูนย์กลางการเชื่อมต่อ ในยุคของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

OPPO เปิดตัว ผลิตภัณฑ์แฟลกชิพ OPPO 5G CPE Omni

ในปัจจุบัน ลูกค้าตลาดไฮเอนด์ มีความคาดหวังว่าบริษัทด้านเทคโนโลยีจะสามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นเพื่อประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์โดยรวมได้ โดย OPPO เป็นแบรนด์ที่มากกว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ที่สมาร์ทโฟนถือเป็นประตูเริ่มต้นในการนำไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดย OPPO ได้ทำการค้นหาและสร้าง ecosystem ของอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง

 

ภายในงานวันนี้ OPPO ได้เปิดตัว OPPO 5G CPE Omni โดย OPPO 5G CPE Omni ขับเคลื่อนโดยโมเด็ม Snapdragon X55 และติดตั้งเสาอากาศอัจฉริยะ O-Reserve 5G และเสาอากาศ O-Motion 360° 5G ของ OPPO อุปกรณ์ใหม่นี้สามารถให้ความเร็วของ เครือข่าย 5G สูงถึง 7.5 Gbps ซึ่งอุปกรณ์นี้สามารถรองรับ Wi-Fi6 และเป็นโปรโตคอลที่เข้ากันได้ เช่น BLE 4.1 และ ZigBee 3.0 ซึ่งมอบประสบการณ์การเชื่อมต่ออัจฉริยะ 5G ให้กับผู้ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ โดยจะวางจำหน่ายใน ยุโรปตะวันตกและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก่อนและจะวางจำหน่ายที่จีนในปลายปีนี้

OPPO เปิดตัว OPPO Watch

อีกทั้ง OPPO ยังได้เปิดตัว OPPO Watch ตัวแรกของ OPPO โดยได้นำนวัตกรรมการแสดงผลแบบ 3D Flexible Hyperboloid มาปรับใช้ใน OPPO Watch ซึ่งนวัตกรรมนี้ถูกนำมาใช้ในสมาร์ทโฟนแฟลกชิพด้วย โดยอุปกรณ์ดังกล่าวมีระบบการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในตัวและมีระบบตรวจวัดสุขภาพที่ครบวงจร ในส่วนของแบตเตอรี่มาพร้อมกับระบบ Dual-Chip Endurance และเทคโนโลยี Watch VOOC Flash Charging จาก OPPO ซึ่งสามารถชาร์จเต็มในเวลาเพียง 75 นาที โดย 15 นาทีแรกของการชาร์จ ให้แบตเตอรี่ได้มากถึง 46% และสามารถใช้งานได้นานถึง 18 ชั่วโมง

ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ IoT และสมาร์ทโฟน Flagship ที่ผ่านมา OPPO ประกาศว่า OPPO ได้กลายมาเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับ Boston Marathon และในอีก 4 ปีข้างหน้า OPPO จะดำเนินการร่วมมือในด้านแบรนด์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในระดับที่กว้าง ได้แก่ สมาร์ทโฟน, smart watches, และผลิตภัณฑ์ IoT อื่นๆ ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ นักวิ่งจากการแข่งขัน Boston Marathon จะสามารถใช้ OPPO watches เพื่อตรวจวัดค่าข้อมูลด้านสุขภาพต่างๆ ในระหว่างการแข่งขันได้อีกด้วย

จากการเปิดตัว 5G CPE และ smart watches  OPPO จะยังคงนำเสนอ smart devices ที่หลากหลายทั้งสี่สถานการณ์การใช้งาน ได้แก่ การใช้งานส่วนบุคคล การใช้งานภายในบ้าน การใช้งานในระหว่างการเดินทาง และการใช้งานในสำนักงาน เพื่อมอบประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีส่วนบุคคลที่ครอบคลุมมากขึ้นแก่ผู้ใช้งาน

 OPPO ขยาย “5G Landing Project” เพื่อเร่งการเปิดตัวของ 5G ทั่วโลก

ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้ดำเนินการด้าน 5G  OPPO ได้ส่งเสริมการเปิดตัวเชิงพาณิชย์ 5G ในหลายๆ ด้าน ประกอบไปด้วย การพัฒนาสิทธิบัตรมาตรฐานด้าน 5G, การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี, การพัฒนาด้านการใช้งาน และความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา OPPO ได้เปิดตัว “OPPO 5G Landing Project” เพื่อทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ ในการเร่งการเปิดตัวของ 5G

ในระหว่างการจัดงาน OPPO ประกาศขยาย “OPPO 5G Landing Project” พร้อมนำเสนอแก่ผู้ให้บริการชั้นนำ 11 รายทั่วโลก ได้แก่ China Mobile, China Telecom, China Unicom, Orange, Vodafone, Deutsche Telekom, Telefonica, Telcel, Bouygues, SFR และ Salt  โดยความร่วมมือกับพันธมิตรเหล่านี้จะครอบคลุมเทคโนโลยี 5G รวมถึงความร่วมมือด้านการตลาดและผลิตภัณฑ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำประสบการณ์การใช้งานบน 5G ไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลก

ผู้ให้บริการเครือข่าย 11 รายทั่วโลก พันธมิตรใหม่ในโครงการ “OPPO 5G Landing Project

ปัจจุบัน OPPO ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ  5G กว่า 30 รายทั่วโลก และได้นำผลิตภัณฑ์ที่รองรับ 5G ไปสู่กว่า 10 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

ในยุคของการเชื่อมต่ออัจฉริยะนี้ OPPO วางแผนลงทุนกว่า 50 พันล้านหยวน (7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในระยะเวลาสามปี เพื่อทุ่มทุนสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมและการพัฒนาด้าน frontier technologies ด้วย โดยความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างแบรนด์และผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรอุตสาหกรรมชั้นนำ  OPPO จึงยังคงเป็นผู้นำด้านตลาดไฮเอนด์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้ที่มีมากขึ้นทั่วโลก

 



ถูกใจบทความนี้  0

ใส่ความเห็น