เผย 3 ข้อดี 3 จุดเด่น ของแท็บเล็ตแฝดคนละฝา HUAWEI “MatePad” และ “MatePad T 8”

จากงานเปิดตัวในไทยเมื่อวันก่อน สำหรับ HUAWEI MateBook, MatePad Online Local Launch Event หลายคนอาจคิดว่าแท็บเล็ตสุดคุ้มอย่าง “HUAWEI MatePad” และ “HUAWEI MatePad T 8” เป็นตัวเลือกที่เหมาะมากในช่วง Covid-19 ที่มีโอกาสต้องเดินทางเข้าออฟฟิศและสลับกับนั่งปั่นงานอยู่บ้าน ซึ่งแท็บเล็ตทั้งสองรุ่นน่าจะเป็นตัวเลือกอันดับแรกในการพิจาณาหามาครอบครองในช่วงนี้ แต่ละรุ่นก็จะอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์การใช้งานสารพัด แถมราคายังเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์มาก มาดูกันดีกว่าว่าแท็บเล็ตแต่ละรุ่นมีดีเรื่องไหนบ้าง จะได้ช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่านี่คือแท็บเล็ตที่ใช่สำหรับคุณและลูกๆ หลานๆ ในบ้านคุณหรือไม่! เผย 3 ข้อดี 3 จุดเด่น ของทั้งสองรุ่นได้เลย

HUAWEI MatePad แท็บเล็ตเพื่อความบันเทิงและการทำงานที่สมบูรณ์แบบ

  1. หน้าจอใหญ่แบบ FullView Display เหมาะสำหรับความบันเทิงแบบเต็มตา

จุดเด่นแรกที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้สำหรับ MatePad คือหน้าจอใหญ่ เกือบจะไร้ขอบขนาดหน้าจอ 10.4 นิ้ว อัตราส่วนระหว่างหน้าจอหน้าจอ โดยวัดจากขอบตัวเครื่องตามแนวเส้นทะแยงมุม จะแสดงผลได้มากถึง 84% และมีขอบบางแค่ 7.9 มม. เท่านั้น อีกทั้งยังมีภาพที่คมชัด ด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียดสูง 2000×1200 พิกเซล และจัดเต็มด้วยลำโพงขนาดใหญ่ 4 ตัว พร้อมระบบเสียงที่ได้รับการปรับแต่งโดย Harman Kardon ที่เป็นแบรนด์เครื่องเสียงชื่อดังอีกด้วยนะ เรียกได้จัดเต็มทั้งภาพและเสียง เกิดมาสำหรับสายบันเทิง

 

  1. พลังชิปเซ็ต Kirin 810 ความแรงพร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลไม่มีหยุด สะดุดให้เสียอารมณ์

การใช้งานทุกอย่างลื่นไหลไม่เสียอารมณ์อย่างแน่นอน ด้วยชิปเซ็ตอัจฉริยะ Kirin 810 ที่มาพร้อมกับ GPU Mali-G52 และหน่วยประมวลผล AI NPU ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะโหลดแอปพลิเคชันดูหนังออนไลน์หรือเล่นเกมใดๆ ก็รวดเร็ว ลื่นไหล ไม่มีสะดุด หรือจะเป็นการทำงาน เรียนออนไลน์ ดูหนัง ฟังเพลง รวมทั้งเล่นเกมที่มีกราฟฟิกสูงๆ ก็ทำได้อย่างไม่มีปัญหา เหมาะกับการใช้งานของทุกคน ไม่ว่าจะเรียน จะเล่น จะบันเทิงครบไม่มีหยุด ไม่สะดุดแน่นอน

  1. โหมด Multitask และฟีเจอร์ HUAWEI Share ที่ช่วยการทำงานสะดวกรวดเร็ว
    MatePad มาพร้อมกับฟีเจอร์ Multi-Window ที่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันได้สูงสุดถึง 3 แอปบนหน้าจอเดียวไปพร้อมกัน ซึ่งชิปเซ็ตอัจฉริยะ Kirin 810 มีช่วยให้สามารถใช้งานแบบ Multitask ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเรียน ทำงาน หรือจะเล่น ก็ง่ายแค่แตะที่แท็บเมนูลัดก็ใช้งานทุกอย่าง ยังไม่พอ ยังมี HUAWEI APP Multiplier ที่ช่วยแบ่งหน้าจอ ในการใช้งานแอปเดียวไปพร้อมกันได้ ทำให้ใช้งานแบบสองหน้าจอคู่ไปพร้อมกันเป็นเรื่องง่าย สุดท้ายฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้อย่าง HUAWEI Share ซึ่งทำงานบนระบบปฏิบัติการ EMUI 10 สามารถเชื่อมต่อให้แท็บเล็ตเครื่องนี้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นในอีโคซิสเต็มของ HUAWEI อย่างสะดวก เพียงแค่การแตะครั้งเดียว (One Tap) เท่านั้น ทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย สะดวก ลงตัว และรวดเร็ว

 

HUAWEI MatePad T 8 แท็บเล็ตเพื่อการศึกษา สำหรับให้เด็กใช้หาความรู้จากที่บ้านได้ง่าย

  1. หน้าจอที่ช่วยถนอมสายตา และรักษาสุขภาพ เหมาะสำหรับการเรียนในยุคดิจิทัล
    การเรียนผ่านออนไลน์ในปัจจุบันของเด็กในช่วง Covid-19 แบบนี้ เราจะต้องเจอกับปัญหาหลักการใช้อุปกรณ์การเรียนเป็นเวลานาน ไม่พ้นเรื่องสายตา เพราะเด็กต้องนั่งเรียนต้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต ซึ่งสายตาจะเสียจากการนั่งจ้องหน้าจอนานๆ นี่แหละ แต่ HUAWEI ได้ออกแบบหน้าจอแท็บเล็ต MatePad T 8 มาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเฉพาะ มีเทคโนโลยี Eye Comfort Certification ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหน้าจอช่วยถนอมสายตา ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland Certification ซึ่งช่วยลดแสงสีฟ้าและลดอาการกะพริบของภาพทำให้ใช้งานต่อเนื่องโดยสายตาไม่เมื่อล้าในระยะเวลานานได้  มีโหมด eBook ที่ทำช่วยให้การอ่านหนังสือ หรือเอกสารการเรียน บนแท็บเล็ต MatePad T 8 ได้อย่างสบายตา ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการอ่านหนังสือจริง และยังมีระบบแจ้งเตือน ช่วยเด็กให้ปรับท่าทางการนั่งใช้งานและช่วยเตือนเพื่อเป็นการรักษาระยะห่างระหว่างจอภาพกับสายตา ในระหว่างการใช้งานอย่างเหมาะสมอีกต่างหาก
  2. แบตอึด ใช้งานได้ยาวนาน เรียนรู้ได้ต่อเนื่อง ไม่มีสิ้นสุดตลอดทั้งวัน
    ด้วยตัวแท็บเล็ต MatePad T 8  มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่มากถึง 5100 mAh ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าการเรียนรู้ของเด็กจะสิ้นสุดลงระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ รับชมการเรียนการสอนออนไลน์ หรือจะค้นหาความรู้และข้อมูลเพิ่มเติมทั้งภาพและเสียงรวมถึงวีดีโอ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเด็กๆ สามารถออนไลน์ได้ทั้งวันติดต่อกันนานถึง 12 ชั่วโมง และสามารถฟังไฟล์เสียงได้ติดต่อกันนานสูงสุดถึง 75 ชั่วโมง และ MatePad T 8  ยังสามารถเปิดเครื่องแบบล็อกหน้าจอทิ้งไว้ได้นานกว่า 3 สัปดาห์เลยทีเดียว! แม้ว่า MatePad T 8 จะเป็นแท็บเล็ต Entry-Level ราคาเบา แต่ก็มีระบบปฏิบัติการ EMUI 10 ที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดในตัว และยังรองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า (Facial Unlock) เพียงยกแท็บเล็ตขึ้นสแกนใบหน้า ช่วยให้การเรียนรู้ของเด็กๆ เป็นเรื่องง่ายขึ้นไปอีกขั้น
  3. ฟีเจอร์ Kids Corner ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของเด็กเล็กโดยเฉพาะMatePad T 8 ยังเหมือนกับยกเอาสนามเด็กเล่นมาอยู่ในมือของลูกน้อย ให้ลูกสนุกไปพร้อมกับพัฒนาสมอง เพิ่มทกัษะ ความสร้างสรรค์ ความคิด และจิตนาการ ด้วยฟีเจอร์ Kids Corner ที่ออกแบบอินเตอร์เฟซมาให้เหมาะกับการใช้งานของเด็กเล็กและติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับเด็กเล็กไว้ให้เรียบร้อยในตัว พร้อมฟีเจอร์ Parental Control ที่ช่วยให้พ่อแม่และผู้ปกครองสามารถจำกัดการเข้าถึงสื่อ ที่ไม่เหมาะสมกับลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ รูปภาพ หรือแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ไม่อยากให้เด็กๆ เข้าถึงได้  และถึงแม้ว่าการใช้งาน MatePad T 8 จะใช้งานได้ทั้งวัน แต่ผู้ปกตรองก็สามารถจำกัดระยะเวลาการใช้งานได้ เพื่อให้ลูกน้อยได้ใช้ในระยะเวลาที่เหมาะสม และแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมอื่น เพื่อพัฒนาด้านอื่นเพิ่มเติม

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับ 3 ข้อดี 3 จุดเด่น ของแท็บเล็ตทั้งสองรุ่น ทั้ง HUAWEI “MatePad” และ “MatePad T 8” ที่เป็นแฝดคนละฝา 3 ข้อดีและ 3 จุดเด่นมีประโยชน์และโดนใจกันบ้างไหม ไม่แค่ประโยชน์ที่มีเท่านั้น  “MatePad” และ “MatePad T 8” ยังมาพร้อมกับราคาที่น่าคบหา โดย HUAWEI MatePad รุ่น WIFI (RAM 4GB, ROM 64 GB) ราคา 9,990 บาท มาพร้อมกับสี Midnight Grey แบบเรียบหรู และ HUAWEI MatePad T 8 ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่น WIFI (RAM 2G และ ROM 16G) อยู่ที่ 3,690 บาท และรุ่น 4G (RAM 2G และ ROM 32G) ใช้ได้ทั้ง WIFI และผ่านซิมการ์ด รองรับความเร็วระดับ 4G ราคา 4,690 บาท มาพร้อมกับสี Deepsea Blue สามารถสั่งจองล่วงหน้าได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 มิถุนายน 2563 พร้อมของแถมเพียบ

สามารถหาข้อมูลเพิ่มกันสเปคและราคาพร้อมสถานที่ซื้อเพิ่มเติมได้ สำหรับ MatePad https://consumer.huawei.com/th/tablets/matepad/ และ MatePad T 8 https://consumer.huawei.com/th/tablets/matepad-t-8/ 



ถูกใจบทความนี้  2

ใส่ความเห็น