นายกรัฐมนตรี ต้อนรับหัวเว่ย ร่วมเสริมศักยภาพเทคโนโลยีดิจิทัลผ่าน 5G เสริมทัพรัฐบาลไทยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19

บรรยายภาพ – พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ที่ 4 จากซ้าย) นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พบปะ นายอาเบล เติ้ง (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนงานของรัฐบาลไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เดินหน้าอย่างยั่งยืน พร้อมรับมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 500,000 ชิ้น
ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

 [12 มิถุนายน 2563, กรุงเทพมหานคร] – พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดโอกาสให้ นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าพบ ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีและ                  ความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล รวมถึงการสร้างระบบนิเวศ 5G มาสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินภารกิจของรัฐบาลไทย ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เดินหน้าอย่างยั่งยืน                พร้อมกันนี้ หัวเว่ยยังได้มอบหน้ากากอนามัยจำนวน 500,000 ชิ้น เพื่อร่วมป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณหัวเว่ย ที่ได้ให้การสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งหน้ากากอนามัยที่ได้รับในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดและควบคุมโรค ผมจึงมีความยินดีที่หัวเว่ยจะให้ความร่วมมือกับไทยในการพัฒนาด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม โดยเฉพาะการสร้างเครือข่าย 5G ซึ่งถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ไทยพร้อมพัฒนาศักยภาพเพื่อเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของภูมิภาค”

นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หัวเว่ย           ขอบคุณการทำงานอย่างทุ่มเทของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทยที่ช่วยเหลือประชาชนในทุกๆ ด้าน สร้างความเข้าใจ ให้กับประชาชน ในการรักษาวินัยและมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่องจนได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ การส่งมอบหน้ากากอนามัยให้แก่รัฐบาลไทยในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งความรับผิดชอบของหัวเว่ยในการยืนหยัดเคียงข้างประเทศไทยและชาวไทยในทุกสถานการณ์ เพื่อร่วมมือร่วมใจในการต่อสู้กับสถานการณ์โควิด-19 โดยก่อนหน้านี้ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนแก่รัฐบาลไทย ด้วยการส่งมอบโซลูชันผู้ช่วย AI สำหรับใช้วินิจฉัยโควิด-19 ให้แก่โรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลรามาธิบดี รวมถึงได้ส่งมอบระบบนวัตกรรมการสื่อสารทางไกลเพื่อการแพทย์ (Huawei Telemedicine Video Conference Solution) ให้แก่โรงพยาบาลและกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้นายกฯยังได้เข้าเยี่ยมชมการทำงานของเทคโนโลยีจากหัวเว่ย ณ ศูนย์สารสนเทศ กรมควบคุมโรค และโรงพยาบาลศิริราช เมื่อไม่นานมานี้

5G ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

“หลังจากการประมูลคลื่นความถี่ 5G เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ประเทศไทยนับเป็นผู้นำรายแรกๆในภูมิภาคอาเซียนที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยี 5G ซึ่งนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลทั่วโลก หัวเว่ยมีความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงที่จะเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของภูมิภาค และพร้อมให้การสนับสนุนและความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมไทย ทั้งการสร้างระบบนิเวศ 5G, AI, Big Data และบริการ Cloud มาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐและองค์กรต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น นำไปสู่การพัฒนาแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตและร่วมมือกันพิชิตความท้าทายต่างๆ ที่รอเราอยู่เบื้องหน้า” นายอาเบลกล่าวเสริม

ระบบนิเวศ 5G เสริมศักยภาพที่ภาครัฐ ด้วยการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี และผู้บริหารจากหัวเว่ย ยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการนำความรู้ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีระดับโลกมาเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการงานด้านต่างๆ เพื่อช่วยให้รัฐบาลไทยฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างระบบนิเวศ 5G อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงโครงการในอนาคตที่หัวเว่ยจะสนับสนุนประเทศไทยผ่านความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมดิจิทัล อาทิ ศูนย์ 5G Ecosystem Innovation Center เพื่อส่งเสริมทักษะดิจิทัลให้กับบุคลากรดิจิทัลในไทย ทั้งภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ธุรกิจสตาร์ทอัพ และองค์กรต่างๆ ซึ่งจะจัดอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก และนักวิทยาศาสตร์เฉพาะทางระดับแนวหน้าจากบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ สำนักงานใหญ่

รูปภาพเพิ่มเติม



ถูกใจบทความนี้  0

ใส่ความเห็น