รีวิว Huawei Watch FIT ความฟิตที่คุ้มค่า

สำหรับ Smartband หรือ Smartwatch Huawei ก็ลุยตลาดมาไม่น้อย ล่าสุดส่งเอา Huawei Watch FIT ที่มีฟีเจอร์เกือบเทียบเท่ากับรุ่นใหญ่ อย่าง Watch GT ซีรีส์ ลงตลาดในราคาสุดคุ้มที่ 3,499 บาท มีฟีเจอร์เพื่อสุขภาพครบ บ่งบอกความฟิตได้สมชื่อ มีทั้งการวัดเรื่องสุขภาพ วัดอัตราการเต้นของหัวใจ โหมดออกกำลังกายครบถ้วน ไม่ว่าจะวิ่ง ว่าย ปั่น และกิจกรรมในร่มเพียบ แน่นนอว่ามี GPS แทรคเส้นทางได้อย่างแม่นยำอีกด้วย เรียกว่าคุ้มค่าความฟิตจริงๆ

สำหรับ Huawei Watch FIT เรียกว่าย่อฟีเจอร์มาจาก GT ซีรีส์ ก็ว่าได้ครับ คือก็ตัดบางส่วนออก แต่ราคาลดลงมากว่าครึ่ง เรียกว่าคุ้มสุด สำหรับคนที่ชอบออกกำลังกาย และอินเทรนด์เรื่องสุขภาพ ณ ปัจจุบัน โดยราคาค่าตัวประมาณสามพันกลางนี่นับว่าไม่แพง ถ้าเทียบกับบรรดาค่าย Smartphone ด้วยกัน อาจจะมีแค่บางค่ายที่แบบใกล้เคียงกัน แต่ก็นับรุ่นได้ ซึ่งหากเราใช้ Huawei Smartphone อยู่แล้วก็ไม่ควรพลาดนะ จริงๆ ก็ไม่ต้องใช้ Smartphone ของ Huawei ก็สามารถซื้อไปใช้งานได้เช่นเดียวกัน

สเปค

สี Graphite Black, Mint Green, Cantaloupe Orange, Sakura Pink
ขนาด 46 x 30 x 10.7 มม.
สายนาฬิกา Silicone
น้ำหนัก ประมาณ 21 กรัม (ไม่รวมสายนาฬิกา)
ประเภทหน้าจอ 1.64 inch AMOLED 456 x 280, หน้าจอสัมผัส AMOLED รองรับการเลื่อนและท่าทางการสัมผัส
หน่วยความจำ 4 GB ROM
ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 หรือสูงกว่า / iOS 9.0 หรือสูงกว่า
แบตเตอรี่ 10 วัน สำหรับการใช้งานทั่วไป
วัสดุของตัวเครื่อง Engineering Plastic
การเชื่อมต่อบลูทู ธ Bluetooth: BT5.0, BLE
GPS รองรับ
การกันน้ำ 5ATM water-resistant
เทคโนโลยีการชาร์จ Magnetic charging thimble
การเล่นเพลง รองรับ
ลำโพง ไม่รองรับ
ไมโครโฟน ไม่รองรับ
สิ่งที่ติดมาในกล่อง นาฬิกา x 1, แท่นชาร์จ x 1, สายชาร์จ x 1, คู่มือการใช้งาน & ข้อมูลด้านความปลอดภัย & ใบรับประกัน x 1

อุปกรณ์ที่มีในกล่อง ก็จะมีให้แค่สายชาร์จกับตัวเรือนพร้อมคู่มือ

รูปร่างหน้าตา

ด้วยดีไซน์ออกมาเป็นลักษณะสี่เหลี่ยม ว่ากันด้วยความเป็นนาฬิกา ก็เป็นเทรนด์ของ Smartwatch ยุคใหม่ มีขนาดตัวเรือนไม่ใหญ่มาก เหมาะกับทั้ง ช และ ญ ก็อยู่ที่สายและตัว watch face ที่สามารถเลือกเปลี่ยนได้เพียบ

หน้าจอเป็น AMOLED ที่แสดงสีได้เด่นชัด ขนาด 1.6 นิ้ว และใส่คำสั่งโดยการสัมผัสหนัาจอ

มีปุ่มอยู่หนึ่งปุ่มสำหรับกดเข้าสู่โหมดออกกำลังกาย หรือ back

สายเป็นซิลิโคน มีความยืดหยุ่นสูง รองรับข้อมือหลากหลายขนาด ไม่ต้องกลัวว่าใหญ่ หรือเล็กเกินไป เพราะสายมีรูเจาะเอาไว้รองรับเพียบเลย

แน่นอนว่าเปลี่ยนสายได้ง่ายด้วย โดยมีตัวสลักอยู่ตรงด้านหลัง

และตัวเรือนรองรับการกันน้ำได้ 5ATM ใส่ว่ายน้ำได้สบาย  ส่วนแบตเตอรี่ ก็ใช้งานได้ประมาณ 10 วัน ใช้งานจริงหากออกกำลังกายบ่อยก็ประมาณ 7 วัน ก็พอไหวอยู่

ส่วนการชาร์จ มีเทคโนโลยีการชาร์จของ Huawei ที่ชาร์จได้อย่างรวดเร็ว ส่วนตัวหน้าสัมผัสและที่ชาร์จเป็นแบบแม่เหล็ก

โหมดต่างๆ

สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจและดูได้ผ่านตัว Huawei WatchFIT ได้เลย ตั้งค่าในแอพให้จับค่าแบบ 24 ชั่วโมงได้เลย

ความเครียดก็เช่นกัน หากยังวัดค่าไม่ได้ลองไปตรวจสอบการตั้งค่าในแอพนะ

และสามารถบอกสภาพอากาศได้เลย ซึ่งอันนี้ก็สำคัญนะ เพราะว่าช่วงฝนตกอะไรแบบนี้ก็สามารถรู้ได้ทันที

มีหน้าจอที่เอาไว้บอกรายละเอียดโดยภาพรวมด้วย ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าวงๆ แบบนี้เหมือนกับค่ายไหน ฮ่ะๆ

สามารถควบคุมการเล่นเพลงบน Smartphone ได้เลยสะดวกดี

ฟีเจอร์นึงที่ไม่ได้ถูกรวมอยู่บนหน้าปัทม์ ต้องเลื่อนเข้าไปในเมนู คือ SpO2 นี่ล่ะครับ  สำหรับการควบคุมการใช้งาน คือทัชสกรีนบนหน้าปัทม์ เลื่อนไปทางขวามือจะเป็นการย้อนกลับไปเมนูก่อนหน้านะครับ ที่เหลือก็แตะเมนูไหน ก็เข้าใช้งานเมนูนั้นๆ และปุ่มกดก็เป็นเมนูเลือกที่นอกเหนือจาก shortcut ปกติ

การแจ้งเตือนก็สำคัญเช่นกัน รองรับภาษาไทย ส่วนจะให้เตือนแอพไหนบ้าง ปรับเพิ่มได้

watch face สามารถกดเปลี่ยนได้ทันที แต่ถ้าต้องการเพิ่มเติมก็ติดตั้งผ่านแอพเช่นเดิม มีให้เลือกเพียบ

หน้าปัทม์เมนูการออกกำลังกายรองรับกีฬาหลากหลายประเภท หลักๆ ก็วิ่ง ปั่น ว่าย ครบ ทั้งกลางแจ้งและในที่ร่ม ครบล่ะครับ ราคาระดับนี้จัดเต็ม ถือว่าคุ้มสุดๆ

 

   การเชื่อมต่อกับ Huawei Health

ผมว่าการใช้งาน น่าจะพอทราบกันอยู่แล้วนะครับ การใช้งานครั้งแรกก็ต้องจับคู่กับแอพ Huawei Health ซึ่งเครื่องจากค่ายอื่นสามารถใช้งานได้โดยโหลดผ่าน Google Play Store ได้เลย

รายละเอียดต่างๆ บนแอพไม่ต่างจากรุ่นอื่น

ต่างกันตรงการตั้งค่าของตัว Huawei WatchFIT นั่นล่ะครับ

สามารถปรับแต่งได้พอสมควรตามหน้าปัทม์ที่โชว์ไว้ด้านบน

ซึ่งตัว WatchFace ก็มีให้เลือกหลากหลาย แต่ทว่าก็ยังไม่เห็นการ custom เองได้นะ

รายละเอียดการนอนและหัวใจยังคงครบถ้วน

มาลองออกกำลังกายกันครับ

ลองใส่วิ่งสักหน่อย มีเบจแสดงเมื่อเราทำลายสถิติเดิมได้

ขณะออกกำลังกายอย่างการวิ่ง ก็สามารถเปลี่ยนหน้าไปดูสถานะต่างๆ ได้ ทั้งการเต้นของหัวใจ รายละเอียดการวิ่งครบๆ

ส่วนของรายงานหลังวิ่งเสร็จ สามารถกดดูได้ทันที มีค่า VO2Max ดูความฟิตด้วยนะ พร้อมผลการฝึกและเวลาฟื้นฟู เรียกว่าฟีเจอร์พวกนี้อยู่ในตัวแพงก็ยังมีใน Huawei WatchFIT รุ่นนี้ แจ่มเลย

เมื่อมาดูในแอปก็จะเห็นข้อมูลเหมือนกัน

 สรุปการใช้งาน Huawei WatchFIT

จากการทดสอบใช้งานมาสักระยะแล้ว ด้านดีไซน์นี่แล้วแต่ชอบ แต่ต้องบอกว่าน้ำหนักเบาดี จอ AMOLED ก็แสดงผลได้สีสันสวยงาม ตามท้องเรื่องอยู่แล้ว คือคุ้มกับราคาจริงๆ ยังไม่รวมพวกฟีเจอร์ต่างๆ อีกนะ เรื่องแบตก็อึดจริงจัง ใช้งานได้เป็นอาทิตย์ สบายหายห่วง การแทรคเรื่องความฟิตตามชื่อรุ่นก็ครบถ้วน เป็นรุ่นเล็กที่ไม่ได้ตัดอะไรออกไปเยอะ สำคัญๆ เช่นการแทรคการนอนงีบ แทรคหัวใจทั้งวัน ออกซิเจนในเลือดอะไรพวกนี้ มีครบถ้วน การออกกำลังกายก็มีโหมดให้เลือกมากมาย เสียดายที่ไม่ได้ทดสอบว่ายน้ำ ซึ่งเค้ากันน้ำอยู่แล้วอันนี้ชัวร์ จากรุ่นก่อนนะ จากที่ใส่ก็ใส่อาบน้ำมาตลอดก็ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด ก็เรียกว่ามั่นใจได้ เรียกว่าเป็นรุ่นขนาดย่อมจาก GTซีรีส์ อย่างเดียวที่ Huawei ยังคงต้องหาทางพัฒนา ก็คือการเชื่อมต่อไปยังแอพนอก เพื่อส่งออกข้อมูลการออกกำลังกายไปยังแอพที่นิยมกันนั่นเองครับ ที่เหลือเค้าแจ่มอยู่แล้วล่ะ

ขอบคุณ Huawei Thailand ที่ให้ยืมอุปกรณ์ทดสอบ



ถูกใจบทความนี้  5

ใส่ความเห็น