รีวิว Amazfit Neo ใหม่ในความคลาสสิค

วันนี้ขอหยิบเอาเจ้า Amazfit Neo มารีวิวกันหน่อย หลังจากใช้งานได้สักระยะนึงแล้ว เช่นเคยครับกับ Amazfit ที่กลายเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ของจีนซึ่งเป็นที่รู้จักกันในตลาด Werable กันเป็นอย่างดี และรุ่นนี้ Amazfit Neo เป็นรุ่นที่ราคาเบาและแทรคสุขภาพได้เรียกว่าสมราคาและค่าตัว ที่สำคัญคือดีไซน์ที่เหมือนกับนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอลที่ใส่ได้กับทุกไลฟ์สไตล์

สำหรับในปัจจุบันตัวเลือกของ Werable มีเยอะมาก Amazfit เองก็มีให้เล่นหลายรุ่นมาก และ Amazfit ก็มีเพจตัวแทนนำเข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการ ใครที่เพิ่งเคยรู้จักกับ Amazfit นี่คือหนึ่งในแบรนด์ลูกของ Xioami นั่นเอง เป็นหน่วยพัฒนา Wearable ตั้งแต่ยุคต้นจนมาถึงปัจจุบันก็เติบโตและออกมาทำตลาดอย่างเป็นทางการด้วยแบรนด์ตัวเองชัดเจน งานนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นอีกความสำเร็จนึง และแน่นอนครับว่าส่งผลถึงความน่าเชื่อถือให้คนใช้งานอย่างเราด้วย

สเปค  Amazfit Neo

– AMAZFIT NEO Smartwatch
– สมาทวอชรุ่นใหม่จาก Amazfit ด้วยดีไซต์แบบ Retro
– Bio Tracker PPG เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
– แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 28 วัน
-วัดคุณภาพการนอนหลับของคุณ หลับสนิท หลับลึก ถ้าหากงีบเกิน 25 นาที ระบบจะเริ่มตรวจจับว่าเป็นการนอนหลับ
– ฟังก์ชั่นติดตามกิจกรรมในชีวิตประจำวันและรองรับ 3 โหมดกีฬา (การเดิน , การวิ่ง , ปั่นจักรยาน)
– น้ำหนักเบาเพียง 32g. แต่ใช้งานได้ยาวนาน
– กันน้ำที่ระดับ 5ATM สามารถใส่ว่ายน้ำได้
– หน้าปัดขนาด 1.2 นิ้ว แสดงเวลา , การนับก้าว , ระยะทาง , กิจกรรมในชีวิตประจำวัน
– ฟังก์ชั่นการประเมินสุขภาพ โดยวัดเป็นคะแนนว่าต้องทำกิจกรรมแค่ไหน ถึงจะมีสุขภาพดี
– Always-On Display หน้าจอขนาด 1.2นิ้ว แสดงเวลา / อัตราการเต้นของหัวใจ / ระยะทาง – ใช้งานกับแอพ Zepp

มาดูดีไซน์กันหน่อย

Amazfit Neo มาพร้อมกล่องสีขาว อันเป็นธีมของ Amazfit แต่ตอนนี้ Theme แบรนด์จะเป็นสีเหลืองนะ แต่ว่าตัวเรือนของ Amazfit Neo นี่มีหลายสี ที่เอามารีวิวคือสีแดง แต่จะมีสีเขียว และสีดำให้เลือกด้วย

ตัวเรือนมีสีแดงสด ผมว่าสีนี้ก็สวยดีนะครับ เป็นความคลาสสิคที่ผสานกับสีที่ดูเหมาะกับสมัยนี้ดี

สายที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่นใส่สบาย และเหมาะกับขนาดข้อมือเรียกว่าทุกขนาดเลยก็ว่าได้ ดูจากช่องเสียบสายที่ปรับระดับได้มากจริงๆ

ที่ด้านหลังเป็นเซ็นเซอร์สำหรับตาวจเช็คหัวใจ ที่เป็น Bio Tracker PPG เรียกว่าก็มีความแม่นยำในระดับนึงเลยทีเดียว และมีแคนแทคสำหรับชาร์จด้วยนะ ส่วนสำคัญอีกส่วนนึงคือ น๊อตที่ยึดตัวเรือน คือใช้งานกันได้ยาวเลย เนื่องจากสามารถแกะซ่อมได้ไม่ยาก ถ้าหากอนาคตแบตเสื่อมก็เปลี่ยนได้สบาย (กรณีนี้ก็ต้องดูเรื่องขนาดแบตเตอรี่ด้านในกันอีกที) แต่ก็ออกแบบมาให้ถอดเปลี่ยนถ่านได้ง่ายกว่ารุ่นอื่นๆ นะ ได้อารมณ์ความคลาสสิค สมกับความเป็นนาฬิกาข้อมือจริงๆ

ตัวน็อตก็เป็นแบบ 5 แฉกนะ หาไขควงแบบนี้ไม่ยาก แน่นอนว่าสามารถเปลี่ยนสายได้ด้วยเช่นเดียวกัน

หากจะชาร์จในกล่องจะแถมแท่นชาร์จมาให้ด้วยครับ อันนี้ก็ชาร์จได้ไร้กังวลเพราะล็อคแน่นหนาดี

หน้าจอเป็นเหมือนหน้าปัทม์นาฬิกาดิจิตอลทั่วไป มีแบ่งเป็นการแสดงผลวงกลมเล็กตรงมุมหน้าจออีกด้วย นับว่าแปลกตาไปเหมือนกัน และ Amazfit Neo จะมีปุ่มกดใส่คำสั่งอยู่ 4 ปุ่มรอบตัวเรือน มีปุ่มใส่คำสั่งการเลือกอยู่ด้านบน และปุ่มย้อนกลับ อยู่ด้านซ้ายมือ ส่วนขวามือจะเป็นปุ่มเลื่อนเมนูขึ้นและลง

หน้าจอมีขนาด 1.2 นิ้วถือว่ามีการแสดงผลที่ใหญ่ พอสมควรเลยทีเดียว การแสดงผลเป็นแบบเลขดิจิตอล เป็นสีขาวดำ ทำให้อายุการใช้งานยาวนานถึง 28 วัน แทบไม่ต้องชาร์จ แต่หากเปิดฟีเจอร์ทั้งหมดเต็มๆ ก็ลดลงไปตามลำดับล่ะครับ และที่สำคัญเนื่องจากการแสดงผลลักษณะนี้ทำให้มีฟีเจอร์ Always On คือเปิดหน้าจอค้างเอาไว้ตลอด เหมือนกับเป็นนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอลเลยล่ะ

เรื่องของการใช้งาน ด้วยฟีเจอร์ที่มี ทำให้ Amazfit Neo เป็นรุ่นที่ไม่ธรรมดา เพราะสามารถแทรคเรื่องสุขภาพเราได้ครอบคลุมเลยทีเดียว เริ่มจากการจับระยะก้าวเดินในแต่ละวันที่เป็นพื้นฐาน และทำให้ค่อนข้างดี ซึ่งการแสดงผลฟีเจอร์พิเศษเราจะเห็นการแสดงผลอยู่ด้านบน ข้างหน้าปัทม์วงกลมนั่นเอง ด้านบนยังคงเป็น 0 เพราะเพิ่งตั้งค่าน่ะครับ ส่วนด้านล่างก็เป็นหน้าจอการแสดงผลของวันและเวลาตามปกติที่เป็นพื้นฐานการแสดงผลอยู่แล้ว

บอกเรื่องแบตเตอรี่ ซึ่งอันนี้เฟิร์มว่าอยู่ได้นานจริง ใช้งานกันไปยาวๆ ได้เลย ไม่ต้องกังวล

อีกฟีเจอร์นึงที่แทรคก็คือระยะทาง นอกจากจำนวนก้าวแล้วก็จะคำนวณออกมาเป็นระยะทางได้ด้วย

นอกจากนั้นยังวัดการเผาผลาญพลังงานด้วย ว่าแต่ละวันใช้พลังงานไปเท่าไหร่แล้ว

ดูเรื่องสภาพอากาศก็ได้ด้วย ถือว่าแจ่มเลย

มีโหมด DND สามารถเลือกเปิดปิดได้ตามต้องการ หรือจะตั้งค่าร่วมกับแอผ ZEPP เพื่อใช้เป็นช่วงเวลาก็ได้เช่นกัน

นอกจากนั้นยังสามารถเป็นนาฬิกาจับเวลาได้

ค่า PAI อันเป็นตัวชี้วัดสุขภาพของเราอีกหนึ่งค่า ที่ปัจจุบันเริ่มมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ไปทำค่า PAI ให้ถึง 100 กันเถอะ เค้าว่าถึง 100 แล้วจะดีเองล่ะ

ส่วนสำคัญเลยคือ การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ อันนี้ก็ถือว่าเป็นเบสิค ในความคลาสสิคของ Amazfit Neo

และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่จะขาดไม่ได้ ก็คือการปลุกนั่นเอง ใช้ในการเตือนกิจกรรมของเราก็ได้

นอกจากนั้นยังสามารถแทรคการนอนได้ แต่อาจจะไม่ได้แสดงบนหน้าปัทม์ แต่จะแสดงในแอพ และสามารถแทรคงีบได้อีกด้วย และยังแทรคเรื่องกิจกรรมเช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยานก็ได้ด้วย ซึ่งผมเข้าใจว่ามีการคำนวณจากการเคลื่อนไหวของเราว่ามีการก้าวและเคลื่อนไหวสอดคล้องกับกิจกรรมลักษณะไหน ซึ่งก็แทรคออกมาได้นะ แต่ตรงบ้างไม่ตรงบ้างนะครับ

 

มาดูแอป ZEPP กันหน่อย

ตัวแอปเปลี่ยนจากชื่อเดิม AMazfit มาเป็น ZEPP ก็ไม่แน่ใจเรื่องของเหตุผล แต่ด้วยธีมก็จะคอนเซ็ปท์เดิมๆ ใครที่เคยใช้งาน Amazfit App มาก่อนก็จะคุ้นเคยดี เปลี่ยนแค่ชื่ออาจจะทำออกมาเพื่อรองรับอุปกรณ์อีกมากมายที่ตอนนี้ทยอยออกมาให้สะสมเพียบ

แน่นอนเลยครับว่าแอป ZEPP จะแสดงรายละเอียดต่างๆ เอาไว้ครบถ้วน บนหน้าปัทม์ Amazfit Neo จะแสดงได้แค่ระดับเดียวไม่ลึก แต่มาดูในแอปก็จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนมากกว่า ทั้งการเดิน แคลอรี่ที่เผาผลาญไป อ้อ นิดนึง ตัวแอปจริงๆ รับภาษาไทยนะครับ ตอนที่ผมแคปเจอร์ภาพมาคือปกติเครื่องผมใช้งานภาษาอังกฤษนั่นเอง ถ้าอยากได้ภาษาไทยก็เปลี่ยนการตั้งค่าตัวเครื่อง Smartphone เป็นภาษาไทยด้วยนะ

ตัวอย่างค่า PAI จริงๆ มีอธิบายไว้ละเอียด ซึ่งเข้าใจได้ง่ายๆ เลยครับว่าถ้าค่า PAI ยิ่งมากยิ่งดี เท่าที่ทราบคือให้อยู๋ประมาณ 80 ขึ้นไปนะครับ เป็นคะแนนชี้เรื่องสุขภาพนั่นเอง ซึ่งจะคำนวณจากแอคทีวิตี้ต่างๆ ของเราที่ Amazfit Neo จับได้นั่นเอง

สเต็ปท์การเดินก็จับเอาไว้ได้หมดที่สำคัญคือ สามารถแทรคแอคทืวิตี้ด้านกีฬาได้ระดับนึง แม้ว่าจะไม่มีโหมดกีฬา แต่ก็พอรู้ได้ว่าช่วงไหนที่เรามีการเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ ตัว Amazfit ก็จะบันทึกแอคทิวิตี้เอาไว้ ซึ่งก็ตรงบ้างไม่ตรงบ้างล่ะนะครับ เนื่องจากไม่ได้มีโหมดกีฬามาให้ ก็เอาไว้เป็นข้อมูลเบื้ัองต้นนะ แม้ว่าไม่มีโหมดกีฬาส่วนนึงก็คือเจ้า AMazfit Neo นี่ กันน้ำลึก 5ATM นะ ดังนั้นใส่ล้างมือใส่อาบน้ำได้สบาย หรือว่าจะใส่ว่ายก็สบายเช่นเดียวกัน เค้าออกแบบมาให้รองรับการกันน้ำอยู่แล้ว

แน่นอนว่าแทรคอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่าถามว่าแม่นไหม เอาไว้ดูเป็นข้อมูลเผื่อมีความผิดปกติได้นะ ซึ่งผมเชื่อว่า Amafit มีการพัฒนาและวิจัยได้มาตรฐานในระดับที่ยอมรับได้ถึงได้พัฒนาออกมาเป็น Amazfit Neo และอีกหลายรุ่นได้น่ะ

โดยภาพรวมที่เหลือก็คือการตั้งค่าตัวเรือน Amazfit Neo ในการเข้าถึงฟีเจอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเตือน สภาพอากาศ การเปิดฟีเจอร์แทรคหัวใจเต็มรูปแบบทั้งวัน แบบอัตโนมัติ การแจ้งเตือน และอื่นๆ ที่สามารถปรับแต่งและเข้าถึงฟีเจอร์ที่มีได้ครบถ้วน

สรุปภาพรวมการใช้งาน Amazfit Neo

ผมเชื่อว่าในราคา ณ เปิดตัว 1,190 บาท ก็ถือว่าสมเหตุสมผลนะ ในปัจจุบัน ณ ตอนนี้น่าจะหาซื้อกันได้ที่ราคาเบากว่านี้ ซึ่งหากใครที่ชอบดีไซน์แบบคลาสสิค ใช้งานได้ยาวไม่ต้องชาร์จแบตบ่อยๆ และได้ความรู้สึกเหมือนกับการใส่นาฬิกาทั่วไปล่ะก็ Amazfit Neo ตอบโจทย์ ในราคาที่น่าคบหา นอกจากนี้ยังร่วมสมัยด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ที่อัดมาให้ แทรคทางด้านสุขภาพครบถ้วน และใช้งานร่วมกับ Smartphone มีการแจ้งเตือน มีสายเรียกเข้าก็แจ้งให้เรารู้ได้ ซึ่งก็นับว่าเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ แต่สิ่งนึงสำหรับคนที่มองว่าเป็นนาฬิกายุคคลาสสิค เพราะช่วงก่อนหน้านี้ไม่มีใครใส่นาฬิกานอน แต่ Amazfit Neo มีน้ำหนักเบา สายออกแบบมาให้ใส่สบายดังนั้นใส่นอนได้ไม่มีปัญหานะครับ ไม่ได้รู้สึกเกะกะกหรือหนักเหมือนนาฬิกายุคก่อนอย่างแน่นอน สิ่งที่อยากได้สำหรับรุ่นนี้ก็คือโหมดออกกำลังกาย น่าจะมีสักหน่อย เพราะการแทรคแบบอัตโนมัติยังไงก็ไม่แม่นยำเท่าการเปิดแทรคด้วยตัวเองล่ะครับ ที่เหลือผมว่าเป็นอีกรุ่นนึงที่น่าสนใจ

สามารถดูข้อมูลและสั่งซื้อเพิ่มเติมกันได้ที่ AmazfitThailand นะ



ถูกใจบทความนี้  4

ใส่ความเห็น