รีวิว Fitbit Versa 3 Smartwatch มี GPS ในตัวพร้อมใช้

มาครับ จับเอา Fitbit Versa 3 มารีวิวกันหน่อย ก็ใส่ใช้งานมาสักระยะแล้วนะครับ เช่นเคยกับรุ่นล่าสุดของ Fitbit ใน Versa ซีรีส์ งานนี้เค้าแจ่มกว่าเดิม ที่ผมชอบก็คงเป็นตัว GPS ที่ติดตัวมาด้วย พร้อมกับการวัด SpO2 ระหว่างนอนได้ คือเค้าออกแบบมาเพื่อสุขภาพจริงๆ ลงตัวทั้ง hardware และ software แม้ว่าตอนนี้จะไปอยู่ภายใต้ Google แล้ว แต่สำหรับรุ่นนี้ยังคงเป็นอีกรุ่นที่ยังน่าสนใจอยู่เช่นเดิมนะ ฟีเจอร์อื่นๆ ก็ยังคงอยู่อาทิเช่น PurePulse 2.0 ที่แทรคได้แม่นยำ แถมยังมีลำโพงและไมโครโฟนที่ใช้รับโทรศัพท์ได้อีกต่างหาก แบตใช้งานได้ประมาณ 6 วัน กันน้ำกันฝุ่น ใส่ว่ายน้ำได้นะ

ก็เป็นอีกรุ่นที่ผมเชื่อว่ามีคนใช้งานอยู่ไม่น้อย ยังคงทำตลาดบ้านเราอยู่สม่ำเสมอ Fitbit นี่น่าจะหลายปีแล้วนะ มีฟีเจอร์พัฒนาขึ้นมามากเลย ติดตามอยู่ตลอด ซึ่งเจ้า Fitbit Versa 3 นี่ก็เป็นอีกรุ่นนึงที่เรียกว่าต่อยอดจากเดิม ที่จนในที่สุดมี GPS ในตัวสักที หลังจากที่ต้องใช้งานคู่กับ Smartphone มาสักพักใหญ่ งานนี้ก็มีหลายจังหวะที่เราใช้งานแล้ว ไม่ต้องพึ่ง Smartphone มากนัก เรียกว่าเพิ่มความสะดวกในการใช้งานให้มากขึ้น ทั้งด้านการออกกำลังกาย ที่สามารถซิงค์หูฟัง bluetooth เข้ากับ Fitbit Versa 3 ใช้งานได้

 

มาดูรูปร่างหน้าตากันสักหน่อย

หน้าจอเป็นกระจกกันรอย ส่วนตัวเคสหรือกรอบรอบตัวเป็นอะลูมิเนียม ส่วนสายก็เป็นสายยืดหยุ่นปรับระดับได้ตามปกติ มีสายขนาด S และ L ติดในกล่องมาด้วยใช้งานได้กับทุกขนาดข้อมือ

ด้านข้างเป็นตัวปุ่มแบบซอฟท์ทัช ใช้วิธีการสัมผัสเพื่อใส่คำสั่งตกลง ซึ่งในช่วงหลัง Fitbit ปรับมาใช้แบบนี้หลายรุ่นแล้วนะ ใช้งานสะดวกดี

ส่วนของเซ็นเซอร์ก็แน่นอนว่าปรับมาให้มีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น รวมถึงการชาร์จที่เป็นขั้วแม่เหล็กทั้ง 4 ด้านที่ติดหนึบดี การชาร์จยังรองรับการชาร์จด่วน ใช้เวลาประมาณ 12 นาทีก็ใช้งานต่อได้อีกเป็นวัน หรือถ้าใช้งานเยอะก็ยังพอไปต่อไหวนะ  ส่วนของการเปลี่ยนสายก็แน่นอนว่า มีตัวล็อคที่ออกแบบมาให้เปลี่ยนได้ง่ายอยู่แล้ว

สายรัดข้อมือที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่นดี ใส่สบาย ข้อมือเล็กใหญ่ได้หมด

โดยการใช้งานหลัก Fitbit นี่ผมยกให้เรื่องสุขภาพจริงๆ ด้านกีฬาก็ยังพอได้เหมือนเดิมล่ะนะ เค้าเน้นอย่างฟีเจอร์ Active Zone Minutes และ PurePulse 2.0 ที่ช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายได้ดีขึ้น

ด้านเมนูหรือฟีเจอร์ก็มีให้เล่นเพียบ โดยเฉพาะแอปต่างๆ จริงๆ มีการตั้งค่าเบื้องต้นสำหรับแอปที่ใช้งานมาให้แล้ว แต่ถ้าไม่ชอบก็สามารถปรับแต่งได้ตามการใช้งานของเราได้เลย

ตัวอย่างเช่นเครื่องคิดเลข ก็มีประโยชน์ไม่ต้องมานั่งเปิด Smartphone ให้เสียเวลา และยังสามารถคอนโทรลเพลงได้ด้วย

ที่สำคัญคือสามารถรับสายได้ เจ้า Fitbit Versa 3 มีไมค์และลำโพงมาให้ด้วย คือถ้าไม่สะดวกถือ Smartphone ก็คุยสายได้ทันที ไม่พลาดทุกการติดต่อ

แน่นอนว่าการออกกำลังกาย ก็ต้องอาศัย GPS ในการแทรคเส้นทางในการวิ่ง ปั่น อันนี้ตอบโจทย์สายออกกำลังกาย ซึ่งก็ยกเว้นเรื่องรายงานล่ะนะ ยังคงเส้นคงวา แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องของสุขภาพโดยรวมที่ทำได้ดีนั่นล่ะ

ส่วนของการแทรคต่างๆ ก็มีรายละเอียดคือไม่ต้องเปิดแอปก็รู้ได้เลยว่า นอนกี่ชั่วโมง แอคทีฟไปเท่าไหร่ หัวใจเต้นแค่ไหน แน่นอนว่ามีเรื่อง SpO2 ด้วยแต่อันนี้ต้องเปิดในแอปดูนะ ขณะนอนก็วัด SpO2 ได้โดยอัตโนมัติอีกต่างหาก


ลองปั่นระยะสั้นๆ ดูก็ถือว่าโอเคล่ะ GPS จับไวแม่นดีนะ

สิ่งที่คาดหวังมากกับ Fitbit ก็คือเรื่องภาษาไทย ซึ่งอันนี้น่าเสียดายจริงๆ ดีหมดทุกอย่างเลย ยกเว้นยังไม่รองรับภาษาไทยนี่ล่ะ ซึ่งเข้าใจว่าเวอร์ชั่นหน้าที่อยู่ภายใต้ Google แล้วจะดีขึ้นนะ

มาดูรีพอร์ตกันนิดนึง

รายละเอียดตรงส่วนการตั้งค่าก็จะคล้ายกับรุ่นที่มีหน้าปัทม์ขนาดใหญ่หรือลงแอปได้ ซึ่งรุ่นเล็กช่วงหลังก็ลงแอปได้เป็นบางอย่าง และมีแอปที่มีประโยชน์ให้เล่นพอสมควรเลยทีเดียว ไว้ว่างๆ เอามาแนะนำกันอีกที

ส่วน Clock Face นั้น ก็มีให้เลือกเพียบ น่ารักๆ ทั้งนั้น ที่ผมใช้งานก็ Bmoji ที่ซิงค์กับ Snapchat นี่ล่ะ ประมาณว่าเอาอวตารเรามาเล่นอยู่บนหน้าปัทม์ตามแอคทิวิตี้ได้ สนุกดี

ส่วนการออกกำลังกายก็ประมาณนี้เลยครับ ช่วงหลังออกกำลังกายน้อยไปหน่อย ฮ่ะๆ

ส่วนการวัดอัตราการเต้นของหัวใจก็แม่นยำดีนะ 

และรีพอร์ทตอนนอนก็ชอบสุดเพราะมีแทรค SpO2 ให้ด้วย อัตโนมัติ สูงต่ำ ก็ว่ากันไป ช่วงหลังนี่แอบนอนเยอะไปหน่อย Good เลย ฮ่ะๆ

สรุปภาพรวม Fitbit Versa 3

โดยภาพรวมก็อย่างว่าครับ ดีหมดทุกอย่าง ฟีเจอร์ฟังก์ชั่นจัดเต็ม ที่สำคัญส่วนตัวผมชอบตรงมี GPS ในตัวนี่ล่ะ ส่วน SpO2 ก็ถือว่าไม่ใช่ของใหม่อะไรมีมาแล้วในหลายรุ่น ล่ะนะ อ้อ แบตก็อึดได้ประมาณเกือบอาทิตย์ ผมว่าก็โอเค ถ้าใช้งานทั่วไป ไม่ได้ออกกำลังกายก็จะอึดหน่อย ฟังก์ชั่นอย่าง WiFi อะไรแบบนี้จริงๆ ก็สะดวกดี แต่ก็อาจจะไม่ได้สำคัญมากนัก กันน้ำกันฝุ่น ใส่อาบน้ำทุกวัน เรียกว่า 24 ชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แทรคได้ทุกแอคทิวิตี้ แม่นๆ และสิ่งที่น่าสนใจก็คือการนำมาใช้งานเพิ่มเติม เพราะลงแอปได้ สมกับเป็น SmartWatch เพื่อสุขภาพจริงๆ และยังมี Premium Plan ถ้าสนใจก็ 300 บาทต่อเดือน หรือ 2500 บาทต่อปี แต่ถ้ายังไม่พร้อมเค้าให้ทดสอบใช้งาน 90 วัน แนะนำด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย มีโค้ชและความรู้ อันนี้ก็ถือว่าของดี รวมถึงยังมีกลุ่มต่างๆ ให้เข้าไปสนุกบนคอมมูนิตี้อีก อย่างเดียวที่ติก็คงภาษาไทยล่ะครับ ถ้ามีนี่ครบจบในรุ่นนี้รุ่นเดียวยาวไปได้เลย ราคามาตรฐานที่ 9,190 บาท

ขอบคุณ Fitbit Thailand ที่ให้สนับสนุนอุปกรณ์ทดสอบ



ถูกใจบทความนี้  1

ใส่ความเห็น