บอกเล่า เก้าสิบ Xiaomi 11T ซีรีส์ สุดคุ้มสเปคแรง ช่วงปลายปี

 

เป็นอีกซีรีส์ที่ต้องบอกว่าน่าใช้งานในช่วงนี้ เพราะสเปคและราคามาแบบโดนใจ กับ Xiaomi 11T ซีรีส์ ซึ่งครั้งนี้ มาพร้อมกันสองรุ่น Xiaomi 11T Pro และ Xiaomi 11T ซึ่งเรียกว่า T ซีรีส์จะมาประจำในช่วงปลายปีแบบนี้ ตอนช่วงแรกมีโปรโมชั่นพร้อมของแถมสุดคุ้มสำหรับการจอง แต่วันนี้ก็ยังมีของแถมเพียบเหมือนกันนะครับ หลังจากได้ทดสอบสักแป๊ปนึง ก็เอามาบอกเล่า เก้าสิบกันสักนิดนึงก็แล้วกันครับ สำหรับทั้งสองรุ่นเรียกว่ามีสเปค Hardware ที่ใกล้เคียงกัน ต่างกันตรง CPU แกนหลัก และลำโพง Harman/Kordon รวมถึงการชาร์จที่ ตัว Pro รองรับชาร์จไว 120W ส่วนสเปคกล้องเท่ากัน ว่าแล้วก็มาบอกเล่า เก้าสิบกันสักหน่อย

สำหรับ Xiaomi 11T ซีรีส์ จะมีทั้งรุ่น Xiaomi 11T Pro ที่จัดเต็มสเปค และ Xiaomi 11T ที่รองกว่าไม่มากนัก ยังคงคอนเซ็ปท์ น้องเรือธง แต่ราคาคุ้มค่า โดยเฉพาะการเปิดจองที่ปีนี้แถม Android TV ของค่ายตัวเองอย่าง Mi TV P1 55 นิ้วในราคาค่าตัวพอๆ กับค่าเครื่องเลยก็ว่าได้ เอาล่ะมาบอกเล่า เก้าสิบกันครับ สำหรับค่ายนี้ ที่มาแรงแซงทางตรงไปอันดับหนึ่งในประเทศเรียบร้อยในช่วงไตรสมาสที่ผ่านมา

 

อุปกรณ์ที่ให้มาด้วย คือมีเคส ฟิล์มกันรอยที่ติดมาแล้ว สาย USB-A to USB-C และ ชาร์จเจอร์ที่ 120W สำหรับ Xiaomi 11T Pro และ 67W สำหรับรุ่น Xiaomi 11T ธรรมดา

   

ด้านดีไซน์ตัวเครื่อง Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro

 

 

จริงๆ ดีไซน์ขนาดตัวเครื่องทั้งสองรุ่นนี้แทบไม่แตกต่างเลยนะครับ สำหรับการดีไซน์การออกแบบที่ยังคงอิงจากซีรีส์นี้ ต่อยอดจากรุ่นเดิมปีที่แล้วจาก Xiaomi Mi 10T ซีรีส์ นั่นล่ะครับ ถ้าดูจากสีดำ ก็เป็นสีในลักษณะคล้ายกัน เงาดำ สะท้อนแสง และดูสวยงาม พอดีปีที่แล้วก็จัดมาเหมือนกัน ซึ่งยังคงคอนเซ็ปท์ของการเป็นซีรีส์ T ได้เป็นอย่างดี ผมว่าเรื่องดีไซน์ของ Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro นั้น น่าจะโดนใจหลายคนอยู่นะครับ น้ำหนักก็ไม่ได้มากด้วย รุ่นก่อนนี้นี้อย่าง Mi 10T Pro นี่เยอะกว่า จับถนัดมือดีใช้งานง่าย

 

หน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว ณ ปัจจุบันเอาจริง ผมว่าไม่ได้ต่างกันมากมายนัก จุดเด่นจริงๆ ก็คือ Gorilla VICTUS ที่กันรอยกันกระแทกกันแตกดีกว่าเดิม ก็เป็นเรื่องปกติของรุ่นใหม่ที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีกันรอยแบบใหม่ในทุกๆ ปี จากเวอร์ชั่นที่เป็นตัวเลข ตอนนี้เริ่มมาเป็นคำที่เริ่มแยกเกรดให้รู้ว่า พรีเมี่ยมกว่าเดิม ซึ่งมีอยู่ในทั้ง Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro และแน่นอน ว่าสองรุ่นนี้เรื่องความต่างมีอยู่ตรง Dolby Vision การแสดงผลที่ชัดเต็มตา สีสวยสด ที่อยู่ในรุ่น Pro เท่านั้นนั่นเอง คือสำหรับใครที่จะเลือกระหว่าง Xiaomi 11T หรือ Xiaomi 11T Pro ก็อาจจะต้องชั่งใจในจุดนี้  ส่วนเรื่องรีเฟรชเรทที่ 120Hz อันนี้คือดี แต่ก็ถ้าเทียบกับรุ่นปีที่แล้วก็ถือว่าดรอปลงนะ เพราะอย่างปีที่แล้วคือ 144Hz จัดเต็มกว่า

สิ่งเดียวที่ยังติดใจผมอยู่ก็คือกล้องด้านหน้า ที่เค้าพยายามทำให้มัันรู้สึกว่าไม่มีผลต่อการแสดงผล แต่เอาจริงๆ ก็ยังรู้สึกอยู่ จนถึงปัจจุบัน เทรนด์นี้เป็นทุกค่าย สำหรับ Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro สำหรับผมน่าจะทำให้เล็กกว่านี้ได้อีกสักหน่อยน่ะครับ อันนี้ก็เป็นจุดสังเกตุแหล่ะ ที่เป็นทุกค่าย อยู่ที่ว่ารุ่นไหนวางตำแหน่งหรือใช้เซ็นเซอร์กล้องได้เล็กแค่ไหน

กล้อง  Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro

การดีไซน์ตัวกล้อง อันนี้คือจากที่สังเกตุมา เป็นเทรนด์ของการออกแบบตัวกล้องและตัวโมดูลคล้ายกันตั้งแต่ตัว flagship ต้นปีละ อาจจะด้วยคอนเซ็ปท์ของความเป็นรองเรือธงตอนปลายปี ทำให้เรารู้สึกได้ว่า มันยังคงเป็นเรือธงและมีความคุ้มค่ามากๆ เมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายนั่นเอง ซึ่งตรงกล้องนี่เองที่อาจจะต่างจากรุ่นปีก่อน ที่ไม่ได้มีกันสั่นแบบจัดเต็มให้ ไม่มี OIS นั่นเอง แต่ก็ยังมีกันสั่นในระดับของ EIS มาให้อยู่นะ จากที่ลองใช้งานก็ถือว่าทำได้ดี แต่ตรงๆ ก็คงไม่เท่ากับ OIS นั่นล่ะครับที่นิ่งกว่าอย่างเป็นได้ชัด แต่สำหรับ Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro ทั้งสองรุ่นได้กล้องมาสเปคเท่ากันเลย  แน่นอนว่ารวมถึงกล้องด้านหน้าด้วยไม่ต่างกันนะสำหรับสองรุ่นนี้ ส่วนคุณภาพของภาพและฟีเจอร์ของกล้อง ก็ไม่ต่างกัน

ลำโพง  Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro

ส่วนของความชัดเจนที่ต่างกันสำหรับ Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro ก็คือลำโพงนั่นเอง อันนี้แหล่ะ ที่รุ่น Pro มาพร้อมกับ Harman/Kordon ที่มีพลังเสียงที่ดีกว่า ผมว่าชัดเจนมากๆ เลยครับ และเป็นอีกจุดเด่นนึงที่ผมว่ามีผลทำให้การเลือกใช้งานรุ่น Pro มีน้ำหนักมากขึ้น เพราะปัจจุบันเราใช้มัลติมีเดีย ความบันเทิงต่างๆ เยอะมากๆ โดยเฉพาะการดูวีดีโอจากโซเชียลหรือ แอปดูหนังทั้งหลาย คือมันได้อรรถรสดีกว่ากันเยอะเลยล่ะ

 

แบตเตอรี่  Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro

ส่วนการใช้งานโดยทั่วไป ก็ยาวๆ ไปเป็นวัน แต่ถ้าเปิดกล้องหรือใช้งานมัลติมีเดีย ยิ่งสตรีมมิ่งใช้ 5G เยอะๆ นี่ก็มีความร้อนสะสมนะ ก็ไม่เยอะมากเท่าไหร่ ที่ต่างก็คงเป็นรุ่น Pro ที่ Snapdragon 888 มีความร้อนมากกว่านั่นเอง อันนี้ก็เป็นเรื่องปกติของเครื่องแรงก็มาพร้อมกับความร้อนสะสมเมื่อมีการเร่งการใช้งานแบบเต็มสูบนั่นล่ะครับ อีกสิ่งที่ต่างระหว่าง Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro อีกอันนึงคือการชาร์จ ซึ่งชาร์จไวกว่ากันพอสมควร เอาเป็นว่า 67W สำหรับรุ่นปกตินี่ ถ้าไปเทียบกับค่ายอื่นก็อาจจะไม่ได้ต่างกันมากนัก แต่ถ้าเป็น 120W ถ้าดูจากตัวเลขตรงนี้ก็ถือว่าสุด แล้วนะครับ อยู่ในรุ่น Pro และแน่นอนว่าชาร์จอย่างไว ไม่ถึง 20 นาทีก็เต็มแล้ว เรื่องการชาร์จผมว่าก็ต้องยกให้เขาน่ะครับ เหลือแค่ว่ากังวลเรื่องรอบแบตแค่นั้นเอง ว่าแบตจะมีอายุยาวนานขนาดไหน สิ่งนึงที่หลายคนกังวล และผมเองก็เช่นกันคือ การชาร์จไวจะทำให้อายุแบตสั้นลง ซึ่งอันนี้ทางทฤษฎีที่เค้าทดสอบมาให้ห้องทดลองก่อนออกขาย ก็คงพรู๊ฟมาแล้วล่ะว่ายาวๆ 2-3 ปี แต่มาใช้งานจริง สภาวะการใช้งานแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราจะเห็นได้เลยว่า อายุแบตในรุ่นเดียวกันนั้น มีอายุต่างกัน และสำหรับ Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro อันนี้ก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าจะอยู่ที่ได้สัก 2 ปีไหม อันนี้มีผลต่อการเลือกซื้อ แต่ก็ตอบได้ยากเช่นกัน เอาเป็นว่าเรื่องการชาร์จไว มีผลกับการใช้งานของเราทำให้ใช้งานตัวเครื่องได้เรียกว่าแทบตลอดทั้งวันสบายๆ แต่ด้านความคุ้มค่าระยะยาว อันนี้ต้องรอระยะเวลาผ่านไปจริง แล้วเราจะรู้ว่าคุ้มแค่ไหน

สเปคหลัก  Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro

Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro อีกอย่างนึงที่ต้องบอกว่าผ่านไม่ได้ก็คือ สเปคหลัก CPU นั่นเอง งานนี้ภายนอกไม่เห็นล่ะครับต้องใช้ตัวซอฟท์แวร์จับออกมา อันนี้มันก็เป็นเรื่องของการทำงานและประมวลผลโดยภาพรวม ซึ่งแน่นอนว่า Qualcomm Snapdragon 888 มีภาษีดีกว่า MediaTek Dimensity 12000 อยู่แล้ว คงไม่ลงดีเทลสเปคแต่สำหรับการใช้งาน สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ที่เราใช้งานกันบ่อยเลยก็คือกล้องครับ เราถ่ายภาพกันมากอยู่แล้ว แต่เดี๋ยวก่อน มันก็ไม่ได้ต่างกันขนาดแบบว่ามากมายนัก แต่ถามว่ารู้สึกได้ไหม ก็เป็นเสี้ยววินาทีเวลาที่กดชัตเตอร์แล้วจับภาพเก็บลงเครื่อง แต่ปกติเราซื้อใช้งานก็เครื่องเดียวดังนั้นเราจะไม่เห็นความต่างหรอกครับ พอดีที่ผมได้เครื่องมารีวิวก็ได้ทดสอบจึงรู้ว่าต่างกันแค่นั้นเอง แค่จะบอกว่าเลือก MediaTek Dimensity 1200 ก็ถือว่าโอเคนะครับ แต่อย่างนึงที่ควรรู้ก็คือ หากเป็นมือซน หรือไม่ชอบท่ามาตรฐาน เรื่องโม ROM อันนี้อาจจะต้องผ่านไป Qaulcomm Snapdragon 888 จะดีกว่า แต่สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปผมว่าได้หมด

 

ด้านซอฟท์แวร์ MIUI12.5 กับ  Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro

สำหรับการใช้งานด้านซอฟท์แวร์นี่ ในช่วงหลังเราจะเห็นว่า Xioami ออกมาเยอะหลายรุ่น และมีการพัฒนาตลอดนะ สำหรับรุ่น Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro ที่เป็นน้องเรือธง ก็คงมีอัปเดตแก้ไขตลอด แต่ทว่าปัญหาเรื่องการแจ้งเตือน อันนี้ MIUI ก็ยังคงติดเหมือนเดิมนั่นล่ะครับ สิ่งเดียวที่เป็นพื้นฐานของคนส่วนใหญ่ที่เห็นได้ชัด และใช้งานกันก็คือตรงนี้ ซึ่งมันก็อาจจะมีผลมาจากตัวเบส Android เองด้วย เราคงต้องไปหาวิธีการทำให้ตอบโจทย์ความต้องการของเรากันอีกที ซึ่งส่วนตัวผมใช้งานไม่ได้ซีเรียสมากนัก ดังนั้นโดยภาพรวมแล้วส่วนตัวถือว่าโอเคนะ ซึ่ง Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro เหมือนเดิมเลย จากระยะเวลาที่ถืออยู่ ก็ไม่ได้เจออะไรที่ผิดแปลกสำหรับการใช้งานของผมน่ะครับ งานนี้เพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่าน คงต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม เพราะกิตติศัพท์ของ MIUI ในช่วงหลังก็เยอะใช่ย่อย แต่ส่วนตัวใช้งานโดยรวมได้สบายๆ นะ แน่นอนว่าฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ ก็ครอบคลุมแทบทั้งหมดอยู่แล้วล่ะครับ

 

การเชื่อมต่อ  Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro

ทั้งสองรุ่นใช้งาน 5G ได้ครบถ้วนนะครับ อันนี้เรื่องสัญญาณรองรับทุกค่ายในไทย ก็ไม่ต้องห่วง ที่เหลือก็อยู่ที่พื้นที่ที่เราไปใช้งานแล้วล่ะ อันนี้ก็โนคอมเม้นต์เพราะแล้วแต่สภาพแต่ละพื้นที่เลย แตกต่างกันแน่นอน ส่วน WiFi ก็รองรับถึง WiFi6 ก็ถือว่าสุด เหลือตรงสุดท้ายก็คือการเชื่อมต่อผ่าน USB ซึ่งก็รองรับ USB-C แต่เป็นมาตราฐานของ USB Type-C 2.0 ซึ่งตรงนี้ควรรู้ว่าไม่ใช่ 3.0 ทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อหน้าจอผ่าน  USB-C to HDMI เพื่อไปออกหน้าจอใหญ่ได้นะครับ เพิ่มเติมอีกนิดก็คือ ความปลอดภัยงานนี้สแกนลายนิ้วมือมาให้ทั้งคู่ ด้านข้างใช้งานได้สะดวกเช่นกัน

สุดท้ายเป็นตัวอย่างภาพถ่าย

จริงๆ ก็มีความต่างอยู่นะครับ สำหรับกล้อง แม้ว่าสเปคกล้องจะเหมือนกัน ต่างกันตรง CPU

Xiaomi 11T Pro

Xiaomi 11T

สรุปการใช้งาน Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro

ทั้งสองรุ่นคือเป็นอีกซีรีส์ที่ใช้งานได้ดี ไม่พบปัญหาใดๆ ในช่วงระหว่างที่ถือเครื่องอยู่ ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ด้านดีไซน์ น้ำหนัก จับถือ พกพา ผมว่าโอเคแหล่ะ ดีหมดสวมงาม มีสไตล์ ตรงส่วนของราคานี่ผมว่าแจ่มอยู่นะได้ใจ โดยเฉพาะช่วงจองแรกๆ แต่พอมาช่วงหลังจากนี้ก็ยังมีของแถมแต่ละร้านอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ผมว่าโอเคอยู่ เมื่อเทียบจากสเปคที่ได้และภาพรวมทั้งหมด การเชื่อมต่อก็รองรับ 5G ทุกค่ายก็ไม่ได้เจอปัญหาอะไรนะครับ WiFi 6 ผมว่าอันนี้ดีเลยล่ะครบถ้วน ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ความเร็วในการใช้งานก็ไหลลื่นดี สมกับสเปคน้องเรือธง ก็น่าแปลกใจอยู่ที่ไม่เจอปัญหาอะไร ฮ่าๆ เอาเป็นว่ากำเงินไม่ถึงสองหมื่นก็ได้รุ่น Xiaomi 11T Pro 5G แล้วล่ะครับ นับเป็นอีกรุ่นสุดคุ้ม ณ ขณะนี้

ขอบคุณ Xiaomi Thailand ที่ให้สนับสนุนเครื่องทดสอบ



ถูกใจบทความนี้  0

ใส่ความเห็น