สานพลังประชารัฐ ยกระดับคุณภาพวิชาชีพ’ จับมือ ‘ไมโครซอฟท์’ ดึงเทคโนโลยีระดับโลก สร้างศูนย์การเรียนรู้และสร้างโอกาสทางอาชีพบนคลาวด์ เสริมศักยภาพฝีมือชน

ไมโครซอฟท์ลงนามความร่วมมือคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ E2

 กรุงเทพฯ: 19 กันยายน 2559 – คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ โดย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) โดยไมโครซอฟท์จะสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้และสร้างโอกาสทางอาชีพบนคลาวด์  เพื่อใช้พัฒนาอาชีวะฝืมือชน เสริมทักษะวิชาชีพนอกห้องเรียนด้านต่างๆ ที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานโดยรวบรวมความรู้ไว้กว่า 2,500 หลักสูตร พร้อมขยายช่องทางให้เยาวชนอาชีวะได้เลือกงานที่ใช่ในแบบที่ชอบ และเชื่อมเครือข่ายกับผู้ประกอบการได้โดยตรง สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจสังคมดิจิตัล ในยุคไทยแลนด์ 4.0     

 

ไมโครซอฟท์ลงนามความร่วมมือคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ E2 2

สานพลังประชารัฐ ยกระดับคุณภาพวิชาชีพ’ จับมือ ‘ไมโครซอฟท์’ ดึงเทคโนโลยีระดับโลก สร้างศูนย์การเรียนรู้และสร้างโอกาสทางอาชีพบนคลาวด์ เสริมศักยภาพฝีมือชน

 

ไมโครซอฟท์ลงนามความร่วมมือคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ E2 (2)

นายอรพงศ์ เทียนเงิน (ที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลง
ความร่วมมือกับ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ (ที่ 2 จากซ้าย) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ในนามคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ โดยไมโครซอฟท์จะสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้และสร้างโอกาสทางอาชีพ
บนคลาวด์ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 105 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อใช้พัฒนาอาชีวะ โดยมี พลเอก ดาว์พงษ์
รัตนสุวรรณ (ที่ 3 จากซ้าย) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หัวหน้าทีมภาครัฐ คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ด้านการยกระดับ
คุณภาพวิชาชีพ เป็นประธานในพิธี และนายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส (ที่ 3 จากขวา) หัวหน้าทีมภาคเอกชนฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน

กรุงเทพฯ: 19 กันยายน 2559 – คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ โดย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) โดยไมโครซอฟท์จะสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้และสร้างโอกาสทางอาชีพบนคลาวด์  เพื่อใช้พัฒนาอาชีวะฝืมือชน เสริมทักษะวิชาชีพนอกห้องเรียนด้านต่างๆ ที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานโดยรวบรวมความรู้ไว้กว่า 2,500 หลักสูตร พร้อมขยายช่องทางให้เยาวชนอาชีวะได้เลือกงานที่ใช่ในแบบที่ชอบ และเชื่อมเครือข่ายกับผู้ประกอบการได้โดยตรง สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจสังคมดิจิตัล ในยุคไทยแลนด์ 4.0

ความร่วมมือครั้งสำคัญครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในเอเชียและในประเทศไทยที่ไมโครซอฟท์สนับสนุนองค์กรด้านการศึกษาผ่านเทคโนโลยีคลาวด์ มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 105 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของ นายสัตยา นาเดลลา ซีอีโอของไมโครซอฟท์ ที่ประกาศการช่วยเหลือสังคมโดยใช้เทคโนโลยีคลาวด์เป็นสื่อกลาง “Public Cloud for Public Good หรือ คลาวด์สาธารณะ เพื่อสาธารณประโยชน์” เมื่อครั้งเยือนประเทศไทยเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2557 จนถึงปัจจุบัน มีเยาวชนกว่า 23 ล้านคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงศูนย์การเรียนรู้และสร้างโอกาสทางอาชีพบนคลาวด์ หรือ แพลตฟอร์ม ‘Microsoft YouthWorks’ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยจับคู่ตำแหน่งงานแล้วกว่า 253,000 ตำแหน่งและช่วยพัฒนาทักษะเยาวชนในด้านต่างๆ กว่า 436,000 คน

ดร. ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้อยู่ภายใต้คณะทำงานสานพลังประชารัฐ ด้านยกระดับคุณภาพวิชาชีพของโครงการสานพลังประชารัฐ ที่เน้นยกระดับคุณภาพวิชาชีพอาชีวศึกษา เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในครั้งนี้จะช่วยเตรียมความพร้อมด้านองค์ความรู้ใหม่ๆ และเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และเยาวชนสายวิชาชีพ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว”

นายอรพงศ์ เทียนเงิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นหนึ่งในพันธกิจของไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ในการมอบเทคโนโลยีคลาวด์ให้กับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและภาคการศึกษาในประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมมูลค่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะเวลา 3 ปี นับจากปีนี้ โดยเทคโนโลยีคลาวด์จะช่วยให้บุคลากรขององค์กรต่างๆ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลและแหล่งการเรียนรู้ เพื่อเป็นกำลังสำคัญให้กับทุกคนและองค์กรในทุกมุมโลกได้บรรลุผลสำเร็จที่ดียิ่งกว่า ด้วยการเปิดกว้างให้เข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียมกัน”

“และหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของไมโครซอฟท์คือการสนับสนุนภาครัฐและสถาบันการศึกษาในการผลิตและสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพสู่สังคมไทย อาชีวศึกษาเป็นหนึ่งในสายอาชีพที่ประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากรที่มีคุณภาพอีกเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุผลดังกล่าว ไมโครซอฟท์จึงให้ความสำคัญในการสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะต่างๆ ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในอนาคต และที่สำคัญช่วยนำเยาวชนเหล่านี้ออกสู่ตลาดแรงงาน โดยแพลตฟอร์ม ‘Microsoft YouthWorks’ ตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างดี โดยขณะนี้เกิดเป็นความร่วมมือกับทั้งรัฐบาล องค์การระหว่างประเทศ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ใน 18 ประเทศไปแล้ว อาทิประเทศในแถบตะวันออกกลางและแอฟริกา ซึ่งไมโครซอฟท์จะเข้าไปช่วยจัดระบบให้เข้ากับความต้องการของแต่ละประเทศ ปัจจุบันมีเยาวชนกว่า 23 ล้านคน ที่ได้ใช้งาน ‘Microsoft YouthWorks’ นี้” นายอรพงศ์ฯ กล่าวเสริม

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส หัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ กล่าวว่า “ภารกิจในการดำเนินงานเพื่อสร้างและยกระดับบุคลากรสายอาชีวศึกษาให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ในการมองเห็นเป้าหมายเดียวกันและร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาตินี้ไปพร้อมกัน ภายใต้บริบทของสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว”

“ดังนั้น การจับมือกับไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกถึงความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการพัฒนาแพลตฟอร์มที่มุ่งเสริมประสิทธิภาพการสร้างสรรค์ในโลกยุคใหม่ จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานความรู้ของนักเรียนอาชีวศึกษา ด้วยหลักสูตรเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่จำเป็นต่อวิชาชีพ อาทิ หลักสูตรด้านไอที ภาษาอังกฤษ และการเป็นผู้ประกอบการในรูปแบบศูนย์กลางคลังความรู้ออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มีความยืดหยุ่น สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา รวมทั้งการเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เลือกงานที่ใช่ในแบบที่ชอบ ในขณะที่ผู้ประกอบการก็จะได้เข้ามาเลือกเฟ้นฝีมือชนที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของตนได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะถือเป็นการเปิดประตูบานใหม่ที่ต่อยอดการเชื่อมโยงการศึกษาและพัฒนาคุณภาพอาชีวศึกษาร่วมกันกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งผลิตกำลังพลอาชีวะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพตามเป้าหมายของภาครัฐในเร็ววัน” นายรุ่งโรจน์ กล่าวปิดท้าย

ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ได้จัดตั้งหน่วยงานที่ชื่อ Microsoft Philanthropies (ไมโครซอฟท์ฟิแลนทรอฟีส์) เพื่อช่วยเหลือสังคมและได้บริจาคเทคโนโลยีคลาวด์มูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐให้กับภาครัฐและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรกว่า 70,000 แห่งทั่วโลก ตลอดระยะเวลา 22 ปี ในประเทศไทย ไมโครซอฟท์ได้นำเทคโนโลยีมาช่วยลดช่องว่างทางความรู้ เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยี ในประเทศไทย ไมโครซอฟท์ ได้บริจาคซอฟต์แวร์รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 70 ล้านบาท ให้กับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรต่างๆ กว่า 430 แห่ง* พร้อมการฝึกอบรมเทคโนโลยีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้องค์กรเหล่านั้นมีศักยภาพที่เพิ่มขึ้นในการที่จะช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสของตนได้ดียิ่งขึ้น

*ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2559
********************************************************

ข้อมูลเกี่ยวกับไมโครซอฟท์
บริษัท ไมโครซอฟท์ (Nasdaq “MSFT” @Microsoft) ผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการที่มุ่งเสริมประสิทธิภาพการสร้างสรรค์ในโลกยุคโมบายและคลาวด์ เพื่อขับเคลื่อนทุกคนและทุกองค์กรทั่วโลกให้บรรลุผลสำเร็จทีดียิ่งกว่า

บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2536  มีความมุ่งมั่นในการช่วยให้คุณภาพชีวิตคนไทย 70 ล้านคน ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์   ไมโครซอฟท์ ส่งเสริมให้คนไทยและภาคธุรกิจได้ตระหนักถึงศักยภาพที่มีอย่างเต็มเปี่ยมผ่านการใช้เทคโนโลยีที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง ในการทำงาน การใช้ชีวิต และการสื่อสาร  ไมโครซอฟท์ให้บริการซอฟต์แวร์ บริการ และดีไวซ์ ที่สามารถก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ  มีความสะดวกทันสมัย  และช่วยให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ไมโครซอฟท์ ไม่หยุดนิ่งในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตร อย่างต่อเนื่องในการนำพลังของเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ทางศูนย์ข่าวสารประเทศไทยhttp://news.microsoft.com/th-th/ และทวิตเตอร์ @MicrosoftTH

ข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ
คณะทำงานด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ จัดตั้งโดยคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ มีความสำคัญในการเป็นฟันเฟืองที่สอดประสาน บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคการผลิตผู้เรียนอาชีวศึกษากับทุกภาคส่วน          ซึ่งมีกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และภาคเอกชนจากกลุ่มธุรกิจต่างๆ 16 บริษัท ร่วมเป็นคณะทำงาน โดยมีการแบ่งกระบวนการและทำงาน         อย่างคู่ขนาน ใน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.) การจัดเรียงความต้องการของภาคเอกชน 2.) การพัฒนาบุคลากรรองรับ 3.) การขับเคลื่อนระยะแรก ซึ่งประกอบไปด้วย 3 เรื่องเร่งด่วน คือ การปรับภาพลักษณ์ของอาชีวศึกษา โดยการดูแลของ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด การพัฒนาข้อมูลกำลังคน โดยการดูแลของ บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) การสร้างความเป็นเลิศให้กับสถานศึกษาอาชีวศึกษาต้นแบบ โดยการดูแลของ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด 4.) แผนระยะกลางและระยะยาว ด้วยการสร้างมาตรฐานวิชาชีพและรับรองมาตรฐาน ตลอดจนการนำมาตรฐานไปสู่การจ่ายค่าตอบแทน โดยการดูแลของ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด

ถูกใจบทความนี้  0